สถานการณ์ในโลกระส่ำตั้งแต่ต้นปี ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ
เริ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน อันส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็ปรับตัวลงหลังจากนั้น จนกระทั่งดำดิ่งทำสถิติต่ำสุดในรอบ 11 ปี เพราะแม้ระหองระแหงกันถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ แต่ซาอุดีอาระเบียซึ่งผลิตน้ำมันมากที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มโอเปค ไม่ได้ลดกำลังการผลิตลง อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านจะมีมากขึ้น หากได้รับการยกเลิกคว่ำบาตร
จากนั้นปัจจัยเกี่ยวกับจีน ก็กลับมามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นอีกครั้ง เมื่อผลสำรวจระบุว่ากิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีน ยังอยู่ในสภาพไม่ดี โดยดัชนีผู้จัดการจัดซื้อที่ติดตามกิจกรรมตามโรงงาน อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 อันหมายความว่ากิจกรรมมีการหดตัว นอกจากนั้น หุ้นจีนยังต้องระงับการซื้อขายไปทั้งวันเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากดัชนีดิ่งไปกว่า 7% เพราะนักลงทุนวิตกว่าข้อห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขายหุ้น จะหมดอายุลงในวันศุกร์ที่ 8 ม.ค.
ล่วงเข้ากลางสัปดาห์ เกาหลีเหนือสร้างความแตกตื่นแก่ชาวโลก ด้วยการประกาศว่าประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งมีอานุภาพมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ และเรียกเสียงประณามจากหลายประเทศ เพราะเป็นการกระทำที่ละเมิดมติของสหประชาชาติ ส่งผลให้สหประชาชาติกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ระบุว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเกาหลีเหนือทดลองระเบิดไฮโดรเจนจริงหรือไม่ และอาจต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะพิสูจน์ได้
ปัจจัยเกี่ยวกับจีนยังไม่จางหายไปไหน และทำให้เศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ต้องระงับการซื้อขายในตลาดหุ้นอีกครั้ง หลังจากดัชนีดำดิ่งกว่า 7% จนทางการต้องออกกฎจำกัดการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน ขณะที่มีการมองว่าการระงับการซื้อขายไปในวันแรกของการซื้อขายช่วงต้นสัปดาห์นั้น ส่งผลแง่ลบ เพราะนักลงทุนวิตกว่าจะไม่สามารถขายหุ้นที่ไม่ต้องการ ออกไปได้ เหตุการณ์นี้มีขึ้นขณะที่ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางเงินหยวนต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2554
สภาพการณ์ทั้งหลายตอกย้ำความอ่อนแอและความไม่แน่นอน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองในโลก ในท่ามกลางที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกอยู่ในสภาพไม่สดใสนัก โดยธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2559 ลงเหลือ 2.9% ลดจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 0.4% แต่ถือว่าสูงกว่าปีที่แล้วที่ขยายตัว 2.4% ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปีที่แล้ว กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เอ่ยปากว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะน่าผิดหวัง ส่วนแนวโน้มระยะกลางก็ถูกบดบัง สืบเนื่องจากศักยภาพการผลิตที่ต่ำ ประชากรสูงอายุ และผลกระทบค้างคาจากวิกฤติการเงินโลก
ปัจจัยแง่ลบที่รุมล้อม ทำให้ไทยต้องตั้งหลักให้ดี และคอยรับมือผลพวงหรือผลกระทบ ที่อาจได้รับจากสถานการณ์ต่างๆ ในโลก พร้อมไปกับการประคองเศรษฐกิจของประเทศ ให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นผ่านการออกมาตรการต่างๆ ในแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงสร้างหลักฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต และบรรเทาผลกระทบจากภายนอกให้เหลือน้อยที่สุด






