วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกนี้วุ่นวายหนอ

คำสั่งคสช.ที่ 1/2559 จะเรียกว่าเป็นการ “ปลดฟ้าผ่า” บอร์ดสสส. ก็ไม่เชิง

 เพราะปมประเด็นการใช้งบประมาณ ที่ถูกระบุว่าอาจจะผิดวัตถุประสงค์ กับประเด็น“ผลประโยชน์ทับซ้อน” ที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน นั่งเป็นกรรมการในมูลนิธิ ที่รับเงินสนับสนุนจากสสส. เป็นเรื่องที่มีการส่งสัญญาณมาอย่างต่อเนื่อง 

000 เรื่องนี้ หมอปิยะสกล สกลสัตยาธร รมว.สาธารณสุข ตั้งหมอเสรี ตู้จินดา นำทีมพิจารณาปรับแก้ระเบียบสสส. 26 ฉบับ เสร็จเรียบร้อยไปตั้งแต่ปลายปี 2558 รอเพียง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดสสส. ลงนามก็เป็นอันใช้ได้

000 เนื้อหาสาระสำคัญเป็นการแก้ข้อวิตกกังวลของสังคม ทั้งในเรื่องงบประมาณที่มีการปรับแก้“นิยาม” คำว่าสุขภาพเสียใหม่ เพื่อไม่ให้ไปใช้จ่ายเรี่ยราด และขณะเดียวกันก็กำหนดให้บรรดากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่นั่ง“ควบ”ในมูลนิธิที่รับเงินสนับสนุนจากสสส.ตัดสินใจใน 90 วัน...เลือกนั่งเพียงเก้าอี้เดียว

000 เมื่อมีกติกาออกมาเช่นนี้จึงมี“บางฝ่าย”ตั้งคำถามว่า แล้วทำไมจึงต้องด่วนใช้ม.44 เพราะหลังจากมีกติกาออกมาทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทาง ขณะที่อีกด้านมองหากเป็นกรณีที่เกิดความผิดไปแล้ว แม้จะมีการแก้ไขระเบียบก็ไม่สามารถลบล้างได้

000 รวมไปถึงข้ออ้างเรื่องการนั่งในมูลนิธิมาก่อนที่จะเป็นบอร์ดสสส. ที่กรรมการหลายคนอย่าง หมอวิชัย โชควิวัฒน และ เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ระบุ หรือกรณีที่ว่าระเบียบ“เดิม” ไม่ได้ห้ามเอาไว้ก็ยังเป็นที่ถกเถียง...

000 ผ่านมาได้ 2-3 วัน ประเด็นการ“ปลด”บอร์ดสสส.กลายเป็นเรื่องของการกล่าวหา และ“วิวาทะ” รวมทั้งมีการตั้งท่าก่อตัวเคลื่อนไหวคัดค้าน คำสั่งคสช.มาตรา 44 ซึ่งนับเป็นครั้งแรก... แน่นอนว่า“เป้า” ของการต่อต้านก็คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช. ผู้ลงนามท้ายคำสั่ง

000 การกล้าหาญออกมาค้านคำสั่ง“เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” เช่นนี้ เกิดได้ทั้ง 2 กรณี ทั้งอาจเพราะคิดว่า “พวกเยอะ” มีแนวร่วมเครือข่ายมากมายจนไม่กลัว หรือเป็นอาการสู้แบบ“หลังพิงฝา”หรือตายเป็นตาย ที่อาจเพราะรู้สึกว่าโดน“รังแก” หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เป็นได้

000 เรื่องนี้หากทิ้งไว้นานไม่เป็นผลดีกับใครแน่... จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่บอกว่าพร้อมเปิดเอกสารยืนยันการใช้งบผิดประเภท จนนำมาซึ่งการ“ปลด”ครั้งนี้... ใครก็ได้ต้องรีบออกมาสร้างความกระจ่างทำให้สังคมเข้าใจ 

000 รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องปรึกษาหารือ แก้ไขกันให้มาก และ“พูดให้น้อย” อย่าให้สังคมเกิดความกังวลสงสัยไปมากกว่านี้ เพราะสุดท้ายแล้วจะหา“คนดี”ไม่เจอ

000 ไปที่ปมร้อนตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ยังเป็นประเด็น“ร้อน”ไม่แพ้กัน เมื่อ หลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตแกนนำ กปปส. สาขาแจ้งวัฒนะ โพสต์เพชบุครายวัน และล่าสุดเปิดฉาก“ตอบโต้” ผ่านสื่ออนไลน์กับ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

000 หลังจากระเมธีฯ โพสต์อ้างสารพัดคุณสมบัติ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ใขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 สนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยหลวงปู่ฯ ตอบโต้ในเชิงความไม่เหมาะสม 

000 เหตุเพราะว่าสมเด็จพระมหารัชคลาจารย์ มีความเกี่ยวข้องกับ “วัดพระธรรมกาย” และพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)เจ้าอาวาสวัดนี้ มีพฤติกรรมเป็นปาราชิก และโยงย้อนไปถึงคราวรัฐบาลเสื้อแดง ว่ามีการผันงบประมาณนับพันล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการสอบของทั้ง สตง.และ ป.ป.ช.

000 เท่านั้นไม่พอ ยังงัดไม้เด็ดเปิดเผยรูปพระประสาร ขณะเดินทางไปพบกับ นายทักษิณ ชินวัตร ในต่างประเทศ ส่วนจะเชื่อมโยงอย่างไรคงมุ่งหมายให้ไปคิดกันเอาเอง... โลกนี้วุ่นวายหนอ !!!