วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังไม่มีสัญญาณบวก และไร้สัญญาณถอย

เริ่มปีใหม่มาได้ 1 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีสัญญาณบวกใดๆ ในแง่เศรษฐกิจ

 แม้ก่อนปิดปีรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้น การใช้จ่ายแก่ผู้ซื้อสินค้า 15,000 บาทขึ้นไป นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้ปี 2558 ก็เป็นการกระตุ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ดึงคนมาจับจ่าย ล้นทะลุห้าง รถติดกันมหาศาล แต่หลังจบมาตรการ สภาวะกลับสู่ความเงียบ สงบต่อไป อุตสาหกรรมที่เคยอยู่แถวหน้า เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตัวทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมากๆ ก็ไม่ได้เป็นห้วงเวลาแห่งการทำเงิน จากยุคของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านรอบแห่งการเติบโตสูงสุด กำลังอยู่ในช่วงขาลง แต่การกลับมาอีกครั้ง ฐานอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ อาจหมุนไปเติบโตยังประเทศอื่นๆ ก็เป็นได้ นอกจากว่า รัฐบาลไทยจะมองเห็นอนาคตอีกนับสิบๆ ปีข้างหน้า ว่า ทิศทางเทคโนโลยีจะก้าวไปทิศทางใด แล้วเปิดช่องลงทุน มีนโยบายสนับสนุน บ่มเพาะที่เหมาะสม รองรับ อนาคตนั้นอาจเป็นอนาคตที่สดใสของไทยอีกครั้ง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

ขณะที่ ภาคธุรกิจคงไม่อาจรอความเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ต้องหาทางปรับตัวเพื่อความอยู่รอดให้ได้ตลอดเวลา เมื่อการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่หนทางที่สร้างการเติบโต หรือเลี้ยงองค์กรให้อยู่รอด ก็ต้องหันไปหาผลิตภัณฑ์ที่มองแล้วเป็นโอกาส เช่น บมจ.ไทย แอพพลายแอนซ์อินดัสตรี้ (ไทยโก้) เคยคาดหวังเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ เปลี่ยนสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล รองรับการเติบโตของทีวีดิจิทัลจะสร้างรายได้ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นดังคาด ก็ต้องคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาทำตลาด รวมถึงมองหาตลาดใหม่ๆ ที่น่าจะสดใส เช่น ตลาดเออีซี ที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือกลุ่มบริษัทแคล คอมพ์ ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในรูปแบบของโออีเอ็มและโอดีเอ็มแก่ลูกค้าทั่วโลก ในเครือนิวคินโปแห่งไต้หวัน ซึ่งเคยลงทุนสร้างโรงงานใหม่ๆ ในไทยทุกปี มาปีนี้ก็เดินแผนนำชื่อบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยแห่งนี้ ไปลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ประเทศบราซิล เป็นโรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดจากประเทศไทย ในบราซิล

ใช่เพียงภาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก ลงไปถึงธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ก็ต้องปรับตัว ร้านอาหารดังๆ ที่เคยมีคนเข้าคิวรอ ไม่ง้อลูกค้า กลับต้องจัดรายการลด แลก แจก แถม บางรายลดราคา 20% บ้าง 30% บางรายการซื้อ 1 แถม 1 ก็เท่ากับลด 50% ไล่เลยไปถึงการจัดรายการผ่อน 0% แสดงให้เห็นถึงภาวะที่ผู้บริโภคยังไม่ต้องการใช้เงินในกระเป๋าอย่างรุนแรง เพราะไม่แน่ใจอนาคตจะเป็นเช่นไร ผู้ให้บริการจึงต้องจัดรายการกระตุ้นอย่างหนักหน่วงชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นกันคราวนี้ ผู้บริโภคที่ชาญฉลาดต้องใช้วิจารณญาณอย่างหนักหน่วงในการเลือกบริโภคจับจ่าย ไม่เห็นแก่กลยุทธ์ที่ผู้ให้บริการงัดออกมาใช้กัน ส่วนของผู้ให้บริการ หรือฟากธุรกิจก็ต้องไม่ย่อท้อที่จะสรรหาแผนรุก เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด หากตลาดในประเทศเต็ม อิ่มตัว หรือชะลอกำลังซื้อ ก็ต้องมองหาพื้นที่ทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศที่ตลาดยังเปิด และต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทย หรือบริโภคอาหารไทย โดยการผลิต หรือปรุงโดยพ่อครัว แม่ครัวชาวไทยจริงๆ ทุกปัญหามีทางออก ขอเพียงใช้สติปัญญามองหาทางนั้น และลงมือทำ ไม่วางมือกลางคัน ไม่หันหลังถอยกลับเมื่อเผชิญอุปสรรค หรือพบปัญหา