วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดภาษีของฟุ่มเฟือย ไม่ใช่คำตอบหนุนท่องเที่ยว

กรมศุลกากรเตรียมพิจารณา การลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ตามข้อเรียกร้องของภาคเอกชน

 โดยหวังว่าการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย จะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น เหมือนกับบางประเทศใช้นโยบายดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ และข้อเสนอดังกล่าวดูเหมือนจะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก การให้น้ำหนักจากภาคการท่องเที่ยวเพื่อชดเชยผลกระทบย่อมเป็นสิ่งที่น่ารับฟังได้

อันที่จริง ประเด็นการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลก่อนหน้านั้นพยายามทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางชอปปิงในภูมิภาค แต่นโยบายดังกล่าวมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างมาก เพราะมาตรการภาษีถือเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการควบคุมการใช้จ่ายของคนในประเทศด้วย และเป็นมาตรการที่นานาประเทศนำมาใช้เพื่อบริหารจัดการพฤติกรรมของคน เนื่องจากภาษีจะมีผลต่อราคาสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้มาตรการทางภาษียังมีผลต่อการผลิตสินค้าในประเทศอีกด้วย เพราะหากสินค้าที่ผลิตในประเทศอยู่ในประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศก็จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างกำแพงภาษีเพื่อปกป้องสินค้าภายในประเทศ ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามาตรการทางภาษีมีหลายด้านที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น หากประเมินไม่รอบคอบแล้วก็อาจทำให้มาตรการดังกล่าวสร้างประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้น

สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปอีก ในเรื่องการสนับสนุนให้คนไทยใช้สินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ก่อนหน้านี้ โดยรัฐบาลไม่ต้องการให้คนไทยมีนิสัยฟุ่มเฟือยจึงกำหนดอัตราภาษีค่อนข้างสูง และหากติดตามดูมูลค่าการใช้จ่ายของคนไทยในแต่ปีถือว่าค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากมีอัตราในอัตราที่ต่ำเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ในทางกลับกันอาจทำให้คนไทยใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น

ยิ่งกว่านั้น การท่องเที่ยวมีหลายปัจจัยมากกว่าเพียงแค่การสร้างเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันไม่ได้อยู่ตรงที่การเป็นศูนย์กลางการใช้จ่ายเสมอไป แต่เป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของคนไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างหากที่มีความสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกปีและในปริมาณที่มากขึ้น จนบางสถานที่ไม่สามารถรองรับได้ แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามามากมายนั้นมีปัจจัยเรื่องการเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยไม่มากนัก

ในยุคหนึ่ง รัฐบาลรณรงค์ให้คนไทยมีนิสัยประหยัดด้วยมาตรการส่งเสริมต่างๆมากมาย โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นเป็นเป้าหมายหลักที่ต้องการให้คนไทยลดใช้ลง แต่ในระบบการค้าเสรีเป็นเรื่องยากมากในการห้ามการค้าขายสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งมาตรการที่ดีที่สุดคือกำหนดอัตราภาษีนำเข้าค่อนข้างสูง เพื่อดึงให้ราคาจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นและคนจะซื้อสินค้าลดลง ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันดูเหมือนว่าต้องการให้คนไทยประหยัดเช่นเดียวกัน แต่อีกด้านก็ต้องการให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

ดังนั้นหากกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานใดต้องการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย จำเป็นอย่างยิ่งต้องประเมินอย่างรอบคอบที่สุด และไม่ควรเป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แน่นอนว่านโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวย่อมมีความสำคัญ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเราไม่มีนโยบายที่รอบคอบเพียงพอ ก็จะทำให้มองแต่ด้านดีเพียงด้านเดียวจนมองไม่เห็นผลกระทบมหาศาลที่อาจตามมา