วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเด็นถกเถียง เรื่องกองทุนน้ำมัน

ความเห็นในเรื่องความจำเป็นที่จะต้องมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ต่อไปหรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่

ในแวดวงพลังงานในเวลานี้ ซึ่งผมก็ได้เขียนความเห็นของผมสนับสนุนการคงอยู่ของกองทุนน้ำมันเอาไว้ โดยมีเหตุผล 2 ประการคือ เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทนของรัฐบาล และเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาในภาวะวิกฤติ

ล่าสุดได้มีผู้นำความเห็นของผมในเรื่องนี้ ไปวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราย่อมมีความคิดเห็นที่ต่างกันได้ แต่ที่ผมต้องออกมาชี้แจง เพราะมีการตัดเอาคำพูดของผมในบริบทหนึ่งมาเปรียบเทียบกับอีกบริบทหนึ่ง แล้วกล่าวหาว่าผมพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตามสถานการณ์หรือผลประโยชน์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งผมจะขอนำข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวมาสรุปไว้ดังต่อไปนี้

 1. ท่านบอกว่าที่ต้องมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจากผู้ใช้เบนซิน 95 สูงถึงลิตรละ 6.15 บาท และต้องไปอุดหนุนราคาแก๊สโซฮอล E 85 ถึงลิตรละ 9.23 บาทนั้น เป็นเพราะมีการทำให้ราคาเอทานอลแพงกว่าราคาน้ำมันเบนซินถึง 80.57% ดังนั้นยิ่งเติมเอทานอลมากเท่าไร ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น

ท่านยังบอกว่าในอดีตมีการอิงราคาเอทานอลที่บราซิลบวกค่าขนส่งมาประเทศไทย แบบเดียวกับราคาน้ำมัน ต่อมามีการยกเลิกการอิงราคาบราซิล หันมาใช้ราคาผลิตภายในประเทศแทน ซึ่งทำให้ราคาเอทานอลของไทยแพงกว่าบราซิลมาก โดยปี 2557 ราคาของบราซิลอยู่ที่ลิตรละ 15 บาท แต่ของไทยอยู่ที่ลิตรละ 26.49 บาท (ราคา 30 พ.ย. 2558)

2.ท่านยังวิพากษ์บทความของผมที่เขียนว่า ถ้ายกเลิกกองทุนน้ำมันแล้ว รัฐบาลจะขาดเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน ถ้าเกิดสงคราม ภัยพิบัติ ประชาชนจะเดือดร้อน ท่านบอกว่าเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว ไม่ต้องเอาความเดือดร้อนในอนาคตมาขู่ ราคาน้ำมันดิบปัจจุบันก็ลดจากปีที่แล้วเกือบ 70% และราคาน้ำมันดิบคาดการณ์ปีหน้าก็จะลดลงเหลือ 27 ดอลลาร์/บาร์เรล การอ้างว่ากองทุนน้ำมันฯจะช่วยป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันกระชากขึ้นในภาวะวิกฤติ ก็เป็นตลกบริโภคที่ประชาชนไม่ขำด้วย 

3.ท่านบอกว่ากองทุนน้ำมันไม่เคยช่วยรักษาเสถียรภาพราคาให้ประชาชนเลย ประชาชนต้องจ่ายราคาน้ำมันสูงเกินจริงมาเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ไม่เคยได้รับความกรุณาจากการบริหารราคาน้ำมันที่เป็นธรรม จึงควรเรียกกองทุนน้ำมันว่าเป็น กองทุนรักษาเสถียรภาพกำไรให้กับบริษัทพลังงานมากกว่า

ผมอ่านข้อวิพากษ์ดังกล่าวด้วยความชื่นชมในความรอบรู้ของท่าน แต่ก็ใคร่ขอเรียนชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้

1.ผมเห็นด้วยว่าราคาเอทานอลบ้านเราสูงเกินไป แต่จะเอาไปเทียบกับบราซิลไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากผลิตใช้ในประเทศแล้วยังส่งออกแต่ละปีในปริมาณที่สูงมาก ดังนั้นต้นทุนของเขาต้องต่ำกว่าเราแน่นอน บ้านเราตอนแรกก็อิงราคาบราซิล แต่ในที่สุดก็ไปไม่ได้ ต้องกลับมาอิงราคาในประเทศแบบ cost plus แทน ไม่อย่างนั้นอุตสาหกรรมเอทานอลก็เกิดไม่ได้

แต่แน่นอนครับ เราก็ต้องพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้เอทานอลราคาถูกลงมากกว่านี้ จะอุดหนุนกันไปอย่างนี้ตลอดปีตลอดชาติคงไม่ได้ สิ่งที่ผมอยากเสนอคือให้ใช้สูตรราคานำเข้าบวกพรีเมี่ยม แล้วค่อยๆ ลดพรีเมี่ยมลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้ผลิตเอทานอลต้องปรับตัวครับ

ความจริงปัญหาในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาเอทานอลสูงจนเกินไป แต่อยู่ที่ราคาน้ำมันต่ำจนทำให้การผสมเอทานอลไม่คุ้มค่ามากกว่า ผมตรวจสอบราคาเอทานอลย้อนหลังไปจนถึงปี 2551 พบว่าราคาเอทานอลอยู่ในระดับ 22-27 บาท/ลิตร มาโดยตลอด (ปัจจุบัน 25 บาท/ลิตร, ธ.ค. 2558) ที่บอกว่าราคาเอทานอลแพงกว่าน้ำมันถึง 80% นั่นเป็นเพราะราคาน้ำมันลดลง ไม่ใช่เป็นเพราะมีใครไปทำให้เอทานอลแพงขึ้น อย่างที่มโนกันไปหรอกครับ

2.ที่บอกว่าน้ำมันวันนี้ถูกลง ปีหน้าจะถูกลงอีก อย่ามาขู่กัน เป็นตลกบริโภค ก็แล้วแต่ท่านจะคิด เป็นมุมมองของใครของมัน ท่านคงเชี่ยวชาญเรื่องพลังงานดีกว่าผม ผมเพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า ปีที่แล้วเดือน มิ.ย.ราคาน้ำมันยัง 115 ดอลลาร์/บาร์เรลอยู่เลย แต่วันนี้หล่นมาเหลือ 35 ดอลลาร์/บาร์เรลแล้ว ใครจะรับประกันได้บ้างว่าปี 2559 จะเป็น 27 ดอลลาร์/บาร์เรลอย่างที่ท่านว่า หรืออาจจะขึ้นไปเป็น 70-80 ดอลลาร์/บาร์เรลในอีกปีหรือสองปีข้างหน้า ดังนั้นการมีกองทุนน้ำมันจึงเป็นเครื่องมือประกันความเสี่ยงของรัฐบาลครับ

และก็โปรดอย่าพยายามบิดเบือนว่าผมเคยพูดว่า ราคาน้ำมันต้องขึ้นลงตามต้นทุนที่แท้จริง ไม่มีการอุดหนุนราคานะครับ เพราะการรักษาเสถียรภาพราคาในภาวะวิกฤติ กับการอุดหนุนราคาแบบประชานิยม มันต่างกันมากครับ เป็นการพูดกันคนละบริบท นำเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ วิญญูชนที่ไม่มีจิตใจเป็นอคติย่อมรู้ดีว่าผมหมายความว่าอย่างไร

3.ที่บอกว่ากองทุนน้ำมันไม่เคยช่วยรักษาเสถียรภาพราคาให้ประชาชนเลย ผมอยากถามว่าตอนที่กองทุนน้ำมันติดลบไป 90,000 ล้านบาทนั้นไปช่วยใครครับ ตอนตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทในตอนแรกๆ ก่อนลดภาษีสรรพสามิตใช้เงินใครครับ และที่ตอนนี้รัฐบาลตรึงราคาก๊าซแอลพีจีไม่ต้องขึ้นราคามาสองเดือนแล้ว ไม่ได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันหรือครับ

 4.ที่บอกว่ากองทุนน้ำมันเป็นกองทุนรักษาเสถียรภาพกำไรให้กับบริษัทพลังงาน ผมฟังวาทกรรมท่านแล้วยอมรับว่า มึนสุดๆ เพราะไม่รู้ว่ามันรักษาเสถียรภาพกำไรตรงไหน ทุกวันนี้บริษัทน้ำมันต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนไปก่อน แล้วไปขอรับคืนในภายหลังอีกหลายเดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย ราคาเอทานอลบริษัทน้ำมันก็ไม่ได้เป็นคนกำหนด

วันนี้ถ้ามีการยกเลิกการเติมเอทานอลในน้ำมัน (เพราะใช้สูตรราคาบราซิลแล้วโรงงานเอทานอลเจ๊ง) และยกเลิกกองทุนน้ำมันด้วยตามข้อเสนอของท่าน

บริษัทน้ำมันจะแฮปปี้สุดๆ เลยนะจะบอกให้ !!!