วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

4 เทคโนโลยีที่จะกระทบชีวิตเราปี 2016

สวัสดีปีใหม่ครับผู้อ่านทุกท่าน ปี 2016 นี้ เป็นปีที่ 14 ที่ผมได้มีโอกาสมาสวัสดีท่านผู้อ่านผ่านทางคอลัมน์นี้

และต้องถือเป็นโชคดีของผมด้วยที่ทางกรุงเทพธุรกิจเปิดโอกาสให้ผมเขียนบทความ “มองมุมใหม่” มาตลอด 14 ปี

ปีใหม่นี้ก็ขอเริ่มด้วยแนวโน้มใหม่ๆ ที่น่าสนใจนะครับ นั้นคือเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจและถึงขั้นอาจจะเปลี่ยนชีวิตของเราในปี 2016 เลย โดยผมได้เรียบเรียงมาจากหลายๆ บทความของ Wall Street Journal ที่เขาก็มีผู้เชี่ยวชาญมาเขียนในหลายๆ บทความว่าอะไรคือเทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับปี 2016 นี้ ดังนั้นผมขอนำเอาเทคโนโลยีที่มีคนมองคล้ายๆ กันมาสรุปให้ท่านผู้อ่านไว้นะครับ

ปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญทุกๆ ท่านจะมอบให้เป็นอันดับหนึ่งที่มาแน่ๆ ในปีนี้คือ Virtual Reality ครับ เจ้าเทคโนโลยี VR นั้นปรากฏมาหลายปีแล้ว อีกทั้งผู้ผลิตแบรนด์ดังอย่างเช่น Samsung, HTC, Sony ต่างเข้ามาในสนาม VR แล้ว ที่ผ่านมาเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและใช้กันอยู่ในบางกลุ่ม แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่าในปี 2016 นี้ VR จะเข้าไปใกล้ผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้าไม่นานเราจะสามารถใช้เจ้า VR ในการติดตามคอนเสิร์ตดังๆ ที่พลาด หรือแม้กระทั่งเข้าร่วมประชุมทางไกลที่เราไม่สามารถไปร่วมได้

ถัดมาคือเจ้าโดรนครับ ซึ่งท่านผู้อ่านอาจจะบอกว่า ไม่ใหม่แล้ว แต่ปีนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดกันว่าเราจะพบเจอโดรนที่ฉลาดขึ้น และสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้นนอกเหนือจากการบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและถ่ายรูป โดรนในปี 2016 นี้จะเข้าสู่ตลาดอุปโภคบริโภคมากขึ้น อีกทั้งยังมีตลาดใหม่ๆ ที่จะเปิดสำหรับโดรนในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น เช่น กำลังจะมีโดรนของบริษัทชื่อ Lily ที่จะสามารถบินติดตามเราไปตลอดเวลาของการวิ่ง ขี่จักรยาน หรือออกกำลังกายผาดโผนต่างๆ แม้กระทั่ง GoPro ก็มีแผนที่จะออกโดรนภายใต้ชื่อ Karma แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นโดรนที่พิเศษในรูปแบบใด

ต่อจาก VR และ Drone แล้วก็เป็นเรื่องของ Wireless Charging หรือการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านระบบไร้สายครับ ซึ่งก็เหมือนกับเจ้า VR และ Drone ที่ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่หรือไม่เคยมีมาก่อน และก็มีการใช้กันอยู่ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ในปี 2016 นั้นการชาร์จแบบไร้สายจะบูมและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรามากขึ้น โดยในปี 2016 นี้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายจะเริ่มมีมาตรฐานมากขึ้น อีกทั้งผู้ประกอบการต่างๆ ก็เริ่มที่จะออกผลิตภัณฑ์ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ Starbucks ที่มีโต๊ะให้ลูกค้าสามารถชาร์จโทรศัพท์ผ่านระบบไร้สายได้ หรือ IKEA ที่เริ่มขายเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว หรือแม้กระทั่งค่ายรถยนต์อย่างเช่น GM, Toyota และ Audi ที่ต่างมีหรือวางแผนที่จะมีอุปกรณ์ในการชาร์จมือถือผ่านระบบไร้สาย

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของ Artificial Intelligence หรือ AI ที่เป็นเทคโนโลยีที่รองรับ Siri ใน iOS หรือ Cortana ของ Window ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกเช่นเดียวกันครับ เพียงแต่ในปี 2016 พวก AI นั้นจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น อาทิเช่น การใช้เสียงในการควบคุมอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ช้าไม่นานเราจะพบเห็นทั้งโทรทัศน์ รถยนต์ หรือของเล่นต่างๆ ที่เราสามารถใช้เสียงสั่งให้ทำตามคำสั่งต่างๆ ได้ เหมือนที่เราเห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ หรือ AI ก็สามารถไปปรากฏอยู่ในบรรดาโปรแกรมหรือ Applications ที่เราใช้ในการส่งข้อความต่างๆ ครับ ขณะนี้ทาง Facebook กำลังอยู่ในขั้นการทดลองให้ Facebook’s Messenger รับคำสั่งของผู้ใช้ในการจองอาหาร หรือ เตือนเรื่องวันเกิดของเพื่อน ดังนั้นใครจะทราบครับ ในปีนี้เราอาจจะสามารถใช้เสียงสั่งผ่าน Line ให้ระบบจองตั๋วชมภาพยนตร์ให้โดยอัตโนมัติก็ได้ครับ

จริงๆ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนเขาก็มองเทคโนโลยีอื่นๆ ไว้อีกหลายประการด้วยกันครับ เพียงแต่ผมดึงเฉพาะเทคโนโลยีที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนจาก WSJ เขามองตรงกันไว้ ซึ่งจะเห็นได้นะครับว่าทั้ง VR Drone Wireless Charging และ AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เหมือนว่าทุกคนจะมองว่าในปี 2016 นี้ทั้งสี่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญกับชีวิตเรามากขึ้น

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าที่มองอนาคตไว้จะแม่นยำเสมอไปนะครับ อีกบทความหนึ่งใน WSJ ยังรวบรวมแนวโน้มทางด้านเทคโนโลยีที่มองไว้ตอนต้นปี 2015 แล้วไม่ได้เกิดขึ้นจริงไว้หลายประการด้วยกันครับ เช่น หนังสือพิมพ์จะสูญพันธุ์ไปจากโลก (ซึ่งถึงแม้ธุรกิจนี้จะไม่ได้มีการเติบโต แต่ก็ยังไปได้อยู่) หรือการที่โทรทัศน์จะเปลี่ยนโฉมไป ทั้งจากการเข้ามาของ Apple หรือการใช้ประโยชน์จากโทรทัศน์ในการทำ Big Data ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นตามการคาดการณ์​

ดังนั้น สำหรับปี 2016 เราก็ต้องเฝ้าติดตามตอนต่อไปนะครับว่าเทคโนโลยีทั้ง 4 ประการจะส่งผลและเปลี่ยนชีวิตเราจริงแค่ไหน