เปิดมาวันแรกทำการของปี 2559 ขออวยพรให้ท่านผู้อ่าน “กรุงเทพธุรกิจ”
ทุกท่านและครอบครัวจงมีความสุขสำราญ และประสบความสำเร็จในเป้าหมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวมด้วยครับ
ถามไถ่กันมาว่าปีใหม่นี้มี “ปัจจัยเสี่ยง” อะไรที่ควรจะต้องระวังและจับตาใกล้ชิดบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในหรือภายนอกประเทศ ก็ล้วนต้องเฝ้ามองเพื่อวิเคราะห์และปรับตัวให้ได้ ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงแรกระดับโลกที่คนไทย มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดคือ โอกาสที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายระหว่างประเทศ ที่อาจจะตูมตามขึ้นมาเมื่อไหร่และที่ไหนก็ได้ เพราะการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับกลุ่ม ISIS จะเพิ่มความรุนแรงและหนักหน่วงอย่างปฏิเสธไม่ได้
สหรัฐกับรัสเซียและจีนที่มีประเด็นระหองระแหงระหว่างกัน เพราะผลประโยชน์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ต่างตระหนักตรงกันว่าจะต้องร่วมมือ ในเรื่องต่อต้านการก่อการร้ายร่วมกัน หาไม่แล้วความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นอย่างกรณีปารีสเมื่อปลายปีที่แล้ว ย่อมจะเกิดขึ้นได้กับเมืองหลวงของตัวเองเช่นกัน
อิทธิพลของ ISIS ได้แผ่ขยายมาในเพื่อนบ้านของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ภัยทางความมั่นคงจากข้างนอกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีมาตรการร่วมมือกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ ในการปักหลักสกัดกั้นเหตุก่อการร้าย
ขณะเดียวกันก็จะต้องแก้ปัญหาภายในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีอย่างในอินโดฯ มาเลเซียและสิงคโปร์ที่ยืนยันว่าคนรุ่นหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งได้ไปร่วมขบวนการ ISIS เพราะมองไม่เห็นที่ว่างสำหรับชีวิตของตนเองในสังคม ที่ไม่เป็นธรรมและขาดความเมตตาการุณย์ต่อกัน
จุดเสี่ยงข้อต่อไปคือเศรษฐกิจของจีน... จะชะลอไปถึงระดับไหนจึงจะเข้าข่าย New Normal หรือ “มาตรฐานใหม่” อย่างแท้จริง
บทบาทของจีนขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง ปีใหม่นี้จะยิ่งตอกย้ำว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของจีนจะมีผลกระทบต่อไทยเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเจรจาเรื่องรถไฟไทย-จีน ที่ค้างคากันในเงื่อนไขหลายด้านจะต้องหาข้อสรุปในต้นปีใหม่นี้ เพราะหากลากยาวออกไป หรือทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจะหาทางออกร่วมกันเพื่อแสวงหาสูตร“win-win” อย่างแท้จริง ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ควรจะดีต่อเนื่องก็อาจจะสะดุดได้
ปัจจัยเสี่ยงอีกข้อหนึ่งของปีใหม่คือ ระดับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งร่วงดิ่งลงมา อย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา และมีผลกระทบอย่างกว้างไกลต่ออุตสาหกรรมของไทย ซึ่งต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด
ที่สำคัญคือราคาสินค้าเกษตรที่ทำท่าว่าจะร่วงต่อเนื่องในปีนี้ จะสร้างภาระหนักกับเกษตรกรของไทยไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวสวนยาง และชาวไร่ที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวที่หนักหน่วงไม่น้อย
ปัจจัยเสี่ยงอีกข้อหนึ่งที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดคือโอกาสที่จะเกิด “สงครามค่าเงิน” รอบใหม่ระหว่างประเทศที่ต่างคนต่างต้องการจะกดให้ค่าเงินของตนอ่อนค่า เพื่อประโยชน์ของการส่งออก อันจะนำไปสู่การทำสงครามอัตราแลกเปลี่ยน ที่จะเป็นสาเหตุแห่งความขัดแย้งและวุ่นวายรอบใหม่ได้เช่นกัน
ปัจจัยเสี่ยงในประเทศไทยเอง หัวใจคือการเมืองและการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องสรุปให้ได้ในไม่กี่เดือนจากนี้ไปก่อนจะเข้าสู่กระบวนการประชามติ
เปิดปีใหม่มาเราก็จะได้ยินการวิเคราะห์จากฝ่ายต่าง ๆ ประเมินกันว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านการลงประชามติหรือไม่
ถ้าผ่าน ภาพอนาคตการเมืองจะเป็นอย่างไร? ปัจจัยทั้งหลายจะนำไปสู่การเลือกตั้งกลางปี 2560 หรือไม่?
ถ้าไม่ผ่าน การเมืองไทยก็จะเข้าสู่ภาวะที่มีแรงกดดันจากด้านต่าง ๆ และจะหยิบเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้แทน?
ที่มองข้ามไม่ได้คือปัจจัยเสี่ยงที่ค้างคามาจากปีที่แล้ว นั่นคือเรื่องมาตรฐานการบินของ ICAO และเรื่องการประมงภายใต้ IUU ของยุโรป กับรายงานว่าด้วยการค้ามนุษย์ของสหรัฐปีใหม่ที่จะตัดสินว่าไทยจะได้รับการปรับจาก Tier 3 ขึ้นไปเป็น Tier 2 หรือไม่?
ถ้าเราบอกว่าปี 2558 เป็นปีที่คนไทยเหนื่อยมาก ปี 2559 จะเป็นปีที่ทดสอบความทรหดของคนไทยในทุก ๆ ด้านเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว
จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค ที่ล้อมหน้าล้อมหลังเราอยู่อย่างมุ่งมั่น... เพราะประเทศเจ๊งไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง









