สัญญาไว้ในปีใหม่

สัญญาไว้ในปีใหม่

ฉบับนี้ถือเป็นฉบับสุดท้ายที่เราจะมาพบกันใน พ.ศ.2558 นี้ อีกไม่กี่วันก็ขึ้นต้น พ.ศ.2559 กันแล้ว

และผมก็เชื่อว่าหลายๆ ท่านจะใช้โอกาสเปลี่ยนปีปฏิทินใหม่นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหม่ๆ ด้วย ท่านผู้อ่านเคยให้สัญญาหรือตั้งความหวังกับตัวเองบ้างไหมครับว่า ในปีใหม่ในแต่ละปีนั้นเราตั้งใจจะทำอะไรบ้างหรือจะมุ่งมั่นในเรื่องใดบ้าง (แบบที่ฝรั่งนิยมเรียกกันว่า New Year’s resolution) และท่านผู้อ่านเคยสังเกตดูบ้างไหมครับว่า ที่ท่านตั้งความหวังหรือสัญญากับตัวเองไว้ในแต่ละปีนั้นบรรลุกันแค่ไหน

ท่านผู้อ่านลองเดาดูนะครับว่า โดยทั่วๆ ไปแล้ว คนเรามักจะตั้งความหวังหรือสัญญาอะไรกับตนเองไว้ว่าจะทำในปีใหม่มากที่สุดJournal of Clinical Psychology ได้ตีพิมพ์บทความที่ได้มีการสำรวจในอเมริกาว่า ในช่วงขึ้นปีใหม่ของปี 2558 (ที่กำลังจะจบลง) อะไรคือความหวังความปรารถนาและสัญญาที่คนอเมริกันให้ไว้ ท่านผู้อ่านดูแล้วลองเปรียบเทียบกับของตัวท่านเองหรือคนไทยทั่วๆ ไป ก็นะครับผมดูแล้วก็คิดว่า ไม่น่าจะแตกต่างกันเท่าไร

สิบอันดับแรกในความหวังวันปีใหม่ของคนอเมริกันคือ การลดความอ้วน (อาจจะเป็นความหวังของหลายๆ ท่านที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะช่วงปีใหม่ก็ได้นะครับ) ตามมาด้วยการจัดระเบียบชีวิตตนเองการประหยัดเงินอดออมให้มากขึ้น การมีความสุขกับชีวิตให้มากที่สุด การทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี การเรียนรู้อะไรใหม่ๆ การหยุดบุหรี่ การช่วยให้ผู้อื่นบรรลุความฝัน การมีคนรัก และสุดท้ายคือ การใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น

ในการสำรวจเดียวกันก็ได้มีการสำรวจอีกนะครับว่า จากสัญญาที่ให้ไว้บรรลุเป้าหมายตามที่หวังไว้แค่ไหนปรากฏว่า มีผู้ตอบเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น ที่ระบุว่าประสบความสำเร็จในการบรรลุสัญญา หรือความหวังที่ตั้งไว้

คำถามคือทำไมความหวังหรือสิ่งที่เรามุ่งมั่นหรือตั้งเป้าไว้ในช่วงปีใหม่ ถึงไม่บรรลุ หรือประสบผลสำเร็จ? ผมไปอ่านเจอบทสัมภาษณ์ของ David Allen ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีระดับโลก Getting Things Done โดยในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว David ได้ให้ข้อแนะนำที่น่าสนใจหลายๆ อย่างที่เราน่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นะครับ

เริ่มแรกจากการมองย้อนอดีตครับ ว่าในปีที่ผ่านมาท่านได้ทำอะไรไปบ้าง ประสบความสำเร็จในเรื่องใดบ้าง ได้ไปจังหวัดหรือประเทศใหม่ๆ ที่ไหนบ้าง ได้ทดลองรับประทานอาหาร หรือทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำอะไรบ้าง เนื่องจากการนึกถึงความสำเร็จหรือสิ่งที่เราได้ทำไปในรอบปีนั้น จะช่วยทำให้เราเกิดความรู้สึกที่ดีกับตัวเองมากขึ้น มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น และเป็นการพร้อมจะเปิดศักราชใหม่ด้วยความรู้สึกที่ดีมากขึ้น

David ยังแนะนำด้วยนะครับว่า ท่านผู้อ่านน่าจะหาคำๆ หนึ่งที่สรุปปีที่ผ่านมาของท่านผู้อ่านได้ครับ เช่น fun หรือ learn อีกทั้งยังควรจะหาให้ได้ว่าในปีที่ผ่านมาเรื่องอะไรคือสิ่งที่ทำไปแล้วมีความสุขที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ควรพิจารณาด้วยว่า แล้วเรื่องใดที่ตั้งใจทำแต่ยังไม่ได้ทำ หรือเรื่องใดที่อยากจะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบ้าง

ต่อมาคือการตั้งเป้าครับ David แนะนำว่าควรจะตั้งเป้าหมายระยะสั้นด้วยครับ ไม่ใช่แค่เป้าหมายระยะยาวเพียงอย่างเดียว เพราะเป้าหมายระยะยาวจะทำให้เราขาดแรงจูงใจ เช่นถ้าเป้าหมายปี 2559 ของท่านคือ ลดน้ำหนักลงให้ได้ 5 กิโลกรัม ท่านจะมีความคิดว่างั้นเริ่มทำในไตรมาสสุดท้ายก็ได้เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 3 เดือน ดังนั้น 9 เดือนแรกก็ขอให้กินให้เต็มที่ก่อน

นอกจากตั้งเป้าหมายระยะสั้นแล้ว ควรจะตั้งเป้าหมายที่เป็นตัวกิจกรรมด้วยไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์อย่างเดียวครับ เช่นการตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัมนั้น เป็นเป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่ท่านควรจะตั้งเป้าหมายที่แสดงถึงกิจกรรมหรือกระบวนการที่จะนำไปสู่การลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัมด้วย อาทิเช่น จะวิ่งให้ได้อย่างน้อย 10 นาทีอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ หรือกินคลีนให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน

เพื่อให้สอดคล้องกับปีที่ผ่านมา ที่หาคำๆ หนึ่งที่สะท้อนภาพของปีที่ผ่านมา ในปีหน้าที่กำลังจะมาถึงนั้น เราก็ควรจะกำหนดคำๆ หนึ่งที่สะท้อนภาพของปีที่เราอยากจะเห็นและอยากจะเป็นบ้าง เช่นปีหน้าอาจจะเป็นปีของ learn ที่เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาหรือเป็นปีของ health ที่จะดูแลสุขภาพร่างกาย และจิตใจให้แข็งแรงและสมบูรณ์ หรือเป็นปีของ balanced ที่จะสร้างความสมดุลทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัวมากขึ้น

หวังว่าปี 2559 ของท่านผู้อ่านทุกท่าน จะเป็นไปตามสัญญาและความหวังที่ตั้งไว้นะครับ ขอให้มีความสุขและสมหวังในปีใหม่ที่จะถึงนี้ครับ