ลดเรียกเอกสารประชาชน ต้องเริ่มจากปฏิรูปข้าราชการ

ลดเรียกเอกสารประชาชน ต้องเริ่มจากปฏิรูปข้าราชการ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย

 กล่าวในการแถลงผลงานของรัฐบาลวานนี้(23 ธ.ค.) ระบุถึงทิศทางสำคัญด้านกฎหมาย และกฎกติกาหลายด้านของประเทศ ที่รัฐบาลจะดำเนินการในระยะต่อไป ซึ่งเรื่องหนึ่งที่นายวิษณุ ระบุคือจะปฏิรูปการเรียกเอกสารจากประชาชนให้ลดลง คาดว่าภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน จะดำเนินการได้ครบทุกหน่วยงานราชการ

กรณีการเรียกเอกสารจากประชาชนนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. 2557 นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ในขณะนั้น) ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือด่วนส่งถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และปลัดกรุงเทพมหานคร เรื่องให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน โดยเห็นสมควรให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2546 ที่ให้ทุกหน่วยงานของรัฐใช้หลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านจากฐานข้อมูลทะเบียนได้เลย ไม่ต้องลงชื่อรับรองเอกสาร เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียเวลาคัดสำเนา หรือเสียค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร

ส่วนนายกฤษฎา บุญราช ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองในขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติตั้งแต่ปี 2546 มหาดไทยจึงนำเรื่องนี้มาทำเป็นหนังสือเวียนแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ เมื่อเวลาประชาชนมาติดต่อหน่วยงานราชการ ซึ่งต้องใช้เอกสาร เช่น ทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชน แล้วประชาชนไม่ได้นำสำเนามาด้วย ก็ให้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการนั้นๆ ทำสำเนาขึ้นมา ไม่ใช่ให้ประชาชนไปหาถ่ายเอกสาร หรือหาคัดสำเนา เพียงแต่ประชาชนจะต้องมีเอกสารตัวจริงไปด้วยเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับส่วนราชการของมหาดไทย และกรมการปกครอง ให้เจ้าหน้าที่เรียกดูข้อมูลจากฐานข้อมูลได้เลย

หากตามความเป็นจริงที่ปรากฏ ประชาชนไปติดต่อธุระเกี่ยวกับการแจ้งจำหน่ายคนตาย โอนย้ายเข้า ย้ายออกคนในทะเบียนบ้านพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขต ของ กทม. ยังให้ประชาชนไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านจากเอกชนที่ตั้งบูธให้บริการถ่ายเอกสารภายในสำนักงานเขต โดยเป็นการกระทำที่ปกติเสมือนไม่เคยมีคำสั่งใดๆ จากหน่วยงานผู้รับผิดชอบงานทะเบียนราษฎร 

ก่อนหน้านี้สำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เคยลงทุนระบบคอมพิวเตอร์สำหรับจัดทำบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลทะเบียนราษฎรมานานนับสิบๆ ปี ซึ่งครั้งจัดทำระบบเคยบอกว่า จะเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนทำให้เกิดความคล่องตัว เชื่อมโยงข้อมูลประชาชนได้ข้ามกระทรวง หากเวลาที่ผ่านๆ ไป กลับไม่เคยพิสูจน์ได้ว่า การเชื่อมโยงเหล่านั้น ได้นำพาประโยชน์สุขสู่ประชาชนอย่างแท้จริง แม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่นการติดต่องานด้านทะเบียนราษฎรแท้ๆ ยังดึงข้อมูลมาใช้ไม่ได้ ต้องให้ประชาชนเดินขึ้น เดินลง ถ่ายเอกสารชนิดนี้ ชนิดนั้น ถึงจะมีจุดบริการวัน สต็อป เซอร์วิส แต่การดำเนินงานกลับกลายเป็นมัลติ สต็อป เซอร์วิส แถมต้องมีค่าใช้จ่ายหยิบย่อย ทั้งๆ ไม่ควรต้องจ่ายเช่นนั้น

เราเห็นว่า การจะปฏิรูปลดการเรียกเอกสารจากประชาชนให้น้อยลง ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ควรจะปฏิรูปการทำงานของข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ให้เข้าใจการทำงานสมัยใหม่ ทันยุค ทันเทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่ รัฐบาลลงทุนไปนับพัน นับหมื่นล้านบาทต่อการนำระบบไอทีมาอำนวยความสะดวกแก่การทำงาน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่รัฐควรศึกษา และใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่พอมีเวลาว่างก็ก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ทโฟนในมือ เพราะเวลานั้นคือ เวลาราชการ ไม่ใช่เวลาส่วนตัว