แต้มต่อรัสเซียเหนือสหรัฐ เจรจาวิกฤติซีเรียรอบล่าสุด

แต้มต่อรัสเซียเหนือสหรัฐ เจรจาวิกฤติซีเรียรอบล่าสุด

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา นายจอห์น เคอร์รี่ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ ได้เดินทางไปมอสโคว

เพื่อเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย เกี่ยวกับวิกฤติซีเรียและวิกฤติยูเครน ในการพบปะกันนี้เกิดขึ้นที่วังเครมลิน เมื่อนายเคอร์รี่จำต้องถ่อสังขารไปพบกับผู้นำรัสเซียถึงถ้ำ หมายความว่าอะไร หรือว่าสหรัฐไม่มีอำนาจการต่อรองเหนือรัสเซียที่ถือไพ่เหนือกว่า

หลังจากการเจรจาที่กินเวลา 3 ชั่วโมง นายเคอร์รี่ออกมาเปลี่ยนท่าทีว่า ประธานาธิบดี บาซ่าร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนถ่ายทางการเมือง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโอบามายืนกรานมาตลอดว่า นายอัสซาดต้องออกจากตำแหน่งเท่านั้น ในการปรองดองทางการเมือง ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล นายอัสซาดจะดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำต่อไป

โดยที่พวกนักรบรับจ้างกลุ่มอัล นุสรา หรือพวกไอซิสจะไม่ได้เข้าร่วมกับขบวนการปรองดอง เพื่อยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียที่ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ทั้งสหรัฐและรัสเซียจะร่วมมือกันกำจัดพวกอัล นุสรา และพวกไอซิสที่กำลังทำสงครามเพื่อล้มรัฐบาลนายอัสซาด แต่ความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป คือสหรัฐ ตุรกี และกลุ่มประเทศอาหรับ แอบหนุนไอซิสเพื่อล้มนายอัสซาดและกำจัดอิทธิพลของอิหร่านและรัสเซีย

เพียง 1 วันก่อนที่นายเคอร์รี่จะเดินทางไปมอสโคว ทางสหรัฐออกข่าวว่า ฝูงบินรบF-15 ของสหรัฐที่ประจำการในฐานทัพตุรกี จะโยกย้ายไปประจำการที่อังกฤษแทน เราสามารถตีความได้ว่า นี้คือเงื่อนไขสำคัญที่ทางมอสโควยื่นให้กับสหรัฐ ถ้าหากนายเคอร์รี่ต้องการเจรจาความด้วยกับรัสเซีย การโยกฝูงบินF-15 ที่อาจจะเป็นภัยต่อเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียในซีเรียออกจากตุรกี แสดงให้เห็นว่าสหรัฐจำต้องยอมถอยต่ออิทธิพลของรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้นในตะวันออกกลาง ไม่ค่อยจะปรากฏข่าวในลักษณะที่ว่า สหรัฐยอมถอนทหารจากแรงกดดันของฝ่ายตรงข้าม เพราะว่ามีการมองกันว่า แสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐมีอานุภาพมากที่สุดในโลกในเวลานี้

อีกเงื่อนไขหนึ่งที่สหรัฐจำต้องยอมให้กับรัสเซีย คือการสั่งให้ตุรกีถอนทหารออกจากทางตอนเหนือของอิรัก ตุรกีส่งทหารเข้าอิรัก โดยไม่ได้รับคำเชิญจากรัฐบาลอิรัก โดยอ้างว่าต้องการให้การคุ้มครองกับทหารตุรกีที่กำลังทำการฝึกนักรบอยู่ อิรักไล่ให้ทหารตุรกีออกไป แต่ตุรกีไม่ยอมปฏิบัติตาม หลังจากรัสเซียโจมตีขบวนการขนน้ำมันเถื่อนของไอซิสในซีเรีย และยึดซีเรียได้หมดประเทศแล้ว ก้าวต่อไปคือรัสเซียจะเข้าไปโจมตีไอซิสในอิรัก ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ทหารตุรกีเข้าไปคุ้มกัน หรือฝึกพวกไอซิสหรือไม่ เพราะว่าตุรกีมีผลประโยชน์ร่วมกันในการค้าน้ำมันเถื่อนกับไอซิส และต้องการทำลายทั้่งซีเรียและอิรัก เพื่อที่จะขยายดินแดนของตุรกีในอนาคต ตุรกีไม่มีน้ำมันเป็นของตัวเอง ถ้าได้ซีเรียและอิรักมาเพิ่มจะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ตัวเอง ในช่วงที่นายเคอร์รี่กำลังจะเดินทางไปเยือนมอสโคว ทางกองทัพรัสเซียได้ให้พลโทเซอร์เก การาเกฟ ผู้บังคับบัญชาการหน่วยทหารที่ดูแลขีปนาวุธยิงข้ามทวีปของรัสเซีย ออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของขีปนาวุธยิงข้ามทวีปของรัสเซีย ที่มีเทคโนโลยี่เหนือกว่าได้ รัสเซียค่อยๆ แบไพ่ในมือออกมาว่า มีอะไรดี เพื่อขู่โอบามากลับ

โดยมี 2-3 ประเด็นที่นายจอห์น เคอร์รี่ ยอมบินถ่อไปพบ ปธน.ปูตินถึงวังเครมลิน แล้วยอมเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญหลายประการตามเงื่อนไขของรัสเซียคือ ประการแรก อิสราเอลตกอยู่ในวงล้อมของกองทัพรัสเซียและพันธมิตรแล้ว อิสราเอลดิ้นไม่ออก ที่ราบสูงโกลานอาจจะถูกกองทัพซีเรียเอาคืน ทั้งกองทัพเรือและเรือดำน้ำของรัสเซียกำลังปฏิบัติการนอกชายฝั่งประเทศซีเรีย รวมทั้งระบบยิงขีปนาวุธและยิงต่อต้านขีปนาวุธ S-400 ที่ได้จ่อไปยังอิสราเอล ทำให้อิสราเอลอยู่ในฐานะลำบาก โดยที่อิสราเอลมีอิทธิพลสูงต่อการดำเนินนโยบายของทางสหรัฐ

อีกประการหนึ่ง รัสเซียมีข้อมูลในมือครบว่า บุคคลใดหรือประเทศใดให้การสนับสนุนไอซิสทั้งการฝึกอาวุธ ติดอาวุธ ให้่การสนับสนุนทางการเงิน รวมทั้งมีผลประโยชน์แอบแฝงในการค้าน้ำมันเถื่อนกับไอซิส เปิดออกมาจะเสียหายกันหมด โดยเฉพาะสหรัฐ ตุรกี และกลุ่มประเทศอาหรับ

นายเคอร์รี่ถึงได้ยอมปธน.ปูตินทุกประเด็นไม่ว่า 1. ให้นายอัสซาดอยู่ต่อในอำนาจได้ 2. ยอมถอนฝูงเครื่องบินรบF-15 ของสหรัฐที่เป็นภัยต่อSu-24 ของรัสเซีย ออกจากฐานทัพในตุรกีไปประจำการที่อังกฤษแทน และ 3. ยอมสั่งให้ตุรกีถอนทหารออกจากทางภาคเหนือของอิรัก

หลังจากนั้นนายเคอร์รี่เดินช๊อปปิ้งซื้อของขวัญวันคริสต์มาสฝากครอบครัว และหาโดนัทถูกๆ กินในถนนมอสโคว เพื่อปลอบใจตัวเอง

เราจะได้เห็นปธน.ปูตินเดินหน้ายึดอิรัก จากพวกไอซิสต่อไป โดยที่สหรัฐจะยืนทำตาปริบๆ