ค่าบริการ '4จี' ต้องถูกกว่า '3จี'

ค่าบริการ '4จี' ต้องถูกกว่า '3จี'

อีกไม่กี่วันก็จะได้เวลาประมูล 4จี อีกหนึ่งคลื่น คือ คลื่น 900 โดยจะประมูลกัน

วันที่ 15 ธ.ค.58 นี้ มีหลากหลายการวิเคราะห์ที่บ้างก็ว่า จะดุเดือดยิ่งกว่าคลื่น 1800 บ้างก็ว่าไม่น่าจะดุเดือดมาก เพราะคลื่น 1800 ก็ฟาดฟันกันเลือดสาดมากแล้ว 

แต่ประเด็นที่ช่วงนี้หลายคนให้ความสนใจกันมาก ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง “ค่าบริการ” ที่ยังมีความกังวลเป็นปัญหาที่มีมาหลายยุคสมัย เป็นปัญหาที่โดนร้องเรียนได้อยู่ตลอด พอๆ กับปัญหาเรื่องความเร็วการรับส่งข้อมูล สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจริงๆ คือ “ความเร็วที่คงที่ ราคาที่จับต้องได้” แต่ที่ผ่านมาทั้ง 2 อย่างไม่ค่อยจะไปด้วยกัน จะเห็นแต่ราคาก็แพง ความเร็วก็น้อย บางทีดับไปเลยก็มี  

เมื่อเร็วๆ นี้ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ออกมาบอกว่า หลังจากที่บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดการให้บริการ 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นที่เรียบร้อย และเอไอเอสก็จะตามมาเร็วๆ นี้ 

ขณะนี้สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบว่าแพ็คเกจที่ให้บริการดังกล่าวของทรูมูฟเอช เป็นตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตของ กสทช. หรือไม่ ที่กำหนดค่าบริการต้องถูกกว่าค่าบริการ 3จี บนคลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย บริการเสียง(วอยซ์) ต้องมีราคาไม่เกิน 69 สตางค์ ต่อนาที และบริการข้อมูล(ดาต้า) ต้องมีราคาไม่เกิน 26 สตางค์ต่อเมกะบิต

อย่างไรก็ตาม นายประวิทย์ กล่าวว่า "การตรวจสอบว่าแพ็คเกจ 4จี จะถูกลงจริงหรือไม่ อาจต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากการตรวจสอบนั้นทำได้ยาก เพราะค่ายมือถือ มักนำแพ็คเกจ 3จี กับ 4จี มาผูกให้บริการร่วมในแพ็คเกจเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรโดยรวมก็ต้องมีราคาลดลง”

ส่วนการให้บริการช่วงแรกๆ ในเรื่องของคุณภาพก็ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าคุณภาพอาจจะยังไม่เต็ม 100% เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงของการเริ่มต้นวางโครงข่าย โดยการใช้งาน 4จี ช่วงแรกต้องดูด้วยว่า ในบริเวณที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือแต่ละวัน เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน อยู่ในพื้นที่ให้บริการ 4จี หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นถึงสมัครแพ็คเกจ 4จี แล้ว ก็ยังใช้งาน 4จี ไม่ได้ แต่ค่าบริการก็ยังคงต้องเสียเท่าเดิม เช่นเดียวการใช้บริการ 4จี ก็ต้องดูด้วยว่าเครื่องลูกข่าย เช่น สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ต รองรับ 4จี ได้ด้วยหรือไม่

เรื่องอัตราค่าบริการนั้น นับเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อไม่นานมานี้ นายฮาราลด์ ไพรซ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเน็ตเวิร์ค ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โนเกีย เน็ตเวิร์ค บอกว่า อัตราค่าบริการไม่ควรจะแพงไปกว่า บริการ 3จี เพราะถ้าราคาที่สูงเกินไป จะเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดไม่โต ขณะที่บริการที่มาจากโอเปอเรเตอร์ต้องสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

นายไพรซ์ บอกด้วยว่า ตั้งแต่เปิดบริการ 3จี บริการดาต้าในไทยโตขึ้นมากกว่า 200-300% และเชื่อว่าจากนี้ จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี โดยเฉพาะ 4จีมาแน่นอนว่า ปริมาณการใช้สมาร์ทโฟนจะขยายตัวเพิ่มอีกมากจากการที่โอเปอเรเตอร์จะมีบริการใหม่ๆ ออกมาด้วยสปีดและคุณภาพเครือข่ายที่ดีกว่าเดิม

ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญของผู้ให้บริการเช่นกัน ควรเป็นคำมั่นสัญญาที่จริงจัง และจริงใจ แต่ไม่ใช่ว่าราคาถูกลง แต่ยังสวนทางกับคุณภาพของบริการ อันนี้ก็ไม่เวิร์ค ทั้ง 2 อย่างต้องไปด้วยกัน ทั้งราคาที่ถูกลง และประสิทธิภาพของบริการก็ต้องดีขึ้นตามไปด้วย