ส่งออกน้ำมันดิบ ผิดอย่างไร?

ส่งออกน้ำมันดิบ ผิดอย่างไร?

ทุกคนรู้ว่ามาเลเซียและอินโดนีเซียผลิตน้ำมันได้มาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า เขาก็นำเข้าน้ำมันดิบ

จากต่างประเทศมากลั่นใช้ เพราะทำแบบนี้ประเทศได้มูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า

ในประเทศไทยมีการสร้างกระแสต่อต้านการส่งออก ในเมื่อปริมาณที่ผลิตได้เองไม่พอจนต้องนำเข้า ทำไมปล่อยให้ส่งออก? ตรรกะนี้มองโลกแคบไป แม้แต่อินโดนีเซียที่มีสถานะนำเข้าสุทธิเหมือนไทยมากว่า 10 ปีแล้ว เขาก็ไม่ห้าม

ก่อนนี้เคยมีการส่งออกน้ำมันที่ผลิตในอ่าวไทย โดยเฉพาะที่มีสารปรอทสูง เพราะถ้ากลั่นจะเสียหายต่ออุปกรณ์ต่างๆ มาก แถมเสี่ยงรั่วไหลเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย หลังรัฐ โน้มน้าวให้โรงกลั่นลงทุนสร้างหน่วยกำจัดปรอท การส่งออกได้ลดลงแต่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง ตั้งแต่กันยายน 2557 รัฐได้ขอความร่วมมือเอกชนไม่ให้ส่งออก

การฝืนกลไกตลาดนี้เพิ่มต้นทุนสำหรับประเทศ ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจ แต่มีผลต่อรัฐบาลและต่อประชาชนด้วย เพราะการบังคับขายในประเทศเป็นการกดราคาลงจากที่ผู้ผลิตสามารถขายได้แพงกว่าข้างนอก มีผลให้ค่าภาคหลวงและภาษีที่รัฐและประชาชนจะได้จากการผลิตลดน้อยลงด้วย

ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ...

น้ำมันดิบจากแต่ละแหล่งบนโลกใบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันไปโดยธรรมชาติ เหมือนคนเราที่เกิดมาไม่เหมือนกัน ต่างจากการผลิตน้ำมันใสในโรงกลั่นที่มนุษย์สร้าง ซึ่งมีลักษณะตามมาตรฐานจากการออกแบบตามวัตถุดิบที่คาดไว้

- โรงกลั่นแต่ละโรงมีการออกแบบให้รับน้ำมันดิบลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งจะกลั่นได้น้ำมันใสชนิดต่างๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน อาจยืดหยุ่นได้บ้างแต่มีขีดจำกัด

- ไฉนโรงกลั่นที่สร้างในประเทศไทยจึงไม่ออกแบบให้รับน้ำมันดิบไทย? เพราะเขาสร้างมาก่อนการค้นพบน้ำมันดิบส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งก็มีปริมาณน้อยมาก เทียบกับความต้องการ ปี 2557 ไทยผลิตน้ำมันดิบได้ 1.43 แสนบาร์เรล/วัน นำเข้า 7.98 แสนบาร์เรล/วัน ไม่แปลกที่โรงกลั่นถูกออกแบบให้รับน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง เพราะเป็นแหล่งที่ปริมาณสำรองสูงสุด และมีลักษณะที่กลั่นได้น้ำมันใสในชนิดและปริมาณที่ใกล้เคียงกับความต้องการของประเทศ

เปรียบเทียบโรงงานเย็บผ้า บางโรงมีจักรที่ออกแบบสำหรับเย็บผ้าบางๆ เพราะเขาทำชุดกีฬาลักษณะนั้น แต่บางโรงมีจักรสำหรับเย็บผ้าหนาๆ เพื่อเย็บกางเกงยีนส์ขาย ถ้าฝืนให้เย็บผ้าที่ไม่เหมาะ อาจทำให้จักรเสีย หรือได้ผลผลิตก็คุณภาพต่ำ

ปีนี้ไทยมีน้ำมันดิบจากแหล่งใหม่ชื่อ วาสนาแต่ยังไม่มีโรงกลั่นไทยรับซื้ออัตราผลิต 2,014 บาร์เรล/วัน (ก.ย.58) ถึง 4,800 บาร์เรล/วัน (ประมาณการ พ.ย.58) ...ทั้งๆ ที่รู้ว่าภาคประชาชนจะเกรี้ยวกราด ทำไมยังมีข่าวว่า รัฐมนตรีพลังงานกำลังพิจารณาอนุญาตให้ส่งออก?

จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้อง วาสนาเป็นน้ำมันดิบที่หนักมาก (ค่า API Gravity ต่ำ) ซึ่งเกือบ 40% ของน้ำมันดิบที่ผลิตในไทยอยู่ในเกณฑ์นี้ ที่ผ่านมาโรงกลั่นต้องนำมาผสมน้ำมันดิบนำเข้าและทำเต็มขีดจำกัดอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากกลั่นไปจะได้น้ำมันเตาเกินความต้องการในประเทศ ต้องส่งออก

ยิ่งกว่านั้นวาสนายังมีสารไม่พึงประสงค์หลายตัวที่เกินขีดจำกัดอาทิ Organic Chloride สูงกว่า 3 เท่า ซึ่งจะกัดกร่อนอุปกรณ์ต่างๆมีสารหนู (Arsenic) 7-10 เท่า และไนโตรเจนกว่า 5 เท่าของขีดจำกัด ซึ่งจะทำลายสารเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ทำให้อายุการใช้งานสั้น ต้องปิดเพื่อซ่อมบำรุง (Shutdown) บ่อยมากขึ้น เป็นต้นทุนที่สูงขึ้นไปอีก

อีกทั้งเสี่ยงที่สารหนูซึ่งพิษร้ายแรงจะรั่วไหลออกไปสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเสี่ยงมาก เพราะโรงกลั่นไม่ได้ถูกออกแบบไว้รองรับ ทั้งนี้ บางโรงกลั่นได้รับตัวอย่างน้ำมันดิบวาสนาที่ตรวจสอบแล้ว มีสารหนูสูงกว่ามากเป็นร้อยเท่าของขีดจำกัด!

ปกติโรงกลั่นจะอยากใช้น้ำมันดิบไทยมากกว่านำเข้า นอกจากช่วยให้ธุรกิจเองมีความมั่นคงขึ้นแล้ว เงินที่จะจมอยู่ในทุนหมุนเวียนก็น้อยกว่า ด้วยระยะขนส่งที่ใกล้กว่า เร็วกว่าถึง 15 วัน ทั้งปริมาณที่ซื้อแต่ละครั้งก็น้อยกว่ามาก

แต่ด้วยสาเหตุข้างต้น โรงกลั่นไทยจึงไม่อยากซื้อน้ำมันดิบวาสนา ฟังดูผิดหรือ?

การห้ามส่งออกน้ำมันดิบวาสนาต่างหากที่จะผิด เพราะทำให้ธุรกิจไทยต้นทุนสูงขึ้น กำไรน้อยลง โดยมิได้ทำให้คนยากจนมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แถมรายได้ภาษีของรัฐที่จะเป็นประโยชน์กับคนจนกลับจะน้อยลงด้วย ไม่นับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

แล้วในแง่ความมั่นคง? ปัจจุบันตลาดน้ำมันเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้อยลงมาก ในอดีต OPEC มีอำนาจสูง แต่ปัจจุบันมีการกระจายแหล่งผลิตในหลายทวีป

ไทยต้องนำเข้าราว 85% อยู่แล้ว ทว่ากำลังกลั่นในประเทศมีเกินความต้องการภายในประเทศซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาร์เรล/วัน คือมี “ส่วนเกิน” อยู่ประมาณ 2 แสนบาร์เรล/วัน จึงมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่นเต็มกำลัง และส่งออกผลผลิตที่เหลือจากการใช้ในประเทศเป็นการหารายได้เพิ่ม

หากน้ำมันวาสนาได้ส่งออก จะเป็นปริมาณเพียง 3% ของน้ำมันดิบที่ผลิตในประเทศ และเพียง 2% ของน้ำมันดิบนำเข้า “ส่วนเกิน” ดังกล่าว จึงไม่กระทบความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แล้วการส่งออกน้ำมันดิบวาสนาจะผิดได้อย่างไร?

ที่สำคัญ นโยบาย ห้ามส่งออกน้ำมันดิบไทย ที่แสนถูกใจคนบางกลุ่ม เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดสำหรับประเทศและประชาชน? ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงพลังงานจะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง