อย่าหลอกตัวเองว่า Downgrade, Red Flag ไม่มีผลกระทบไทย

อย่าหลอกตัวเองว่า Downgrade, Red Flag ไม่มีผลกระทบไทย

มาตรฐานการบินพลเรือนไทย มีปัญหาอย่างไรคงเป็นที่รู้กันกว้างขวางพอสมควร

 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องต้องแปลกใจที่ FAA (US Federal Aviation Administration) ของสหรัฐประกาศลดมาตรฐานการบินของไทย

      หลังจากที่ ICAO (International Civil Aviation Administration ) ของสหประชาชาติ มาตรวจก่อนหน้านี้แล้วขึ้นธงแดงเรา เพราะมี “ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns หรือ SSC)

อีกไม่กี่วันก็จะมีคำประกาศเรื่องเดียวกันนี้จาก EASA (European Aviation Safety Agency) ของยุโรป ซึ่งก็คงจะมาทิศทางเดียวกัน

เพราะผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเหล่านี้ มีมาตรฐานการประเมินไม่แตกต่างกันมาก และข้อมูลต่างก็ถึงกันอยู่แล้ว

ประเด็นของไทยเราจึงไม่ได้อยู่ที่จะพยายาม ลุ้น ว่าหน่วยใดหน่วยหนึ่งเหล่านี้จะปรับระดับของเราให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาโดยไม่ทำอะไรเป็นรูปธรรม

การแก้ปัญหามีวิธีเดียวคือ การลงไปแก้ที่ข้อบกพร่องให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อเรียกความมั่นใจของชาวโลก กลับมาสู่การบินพลเรือนของไทยภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน

มิใช่ด้วยการออกข่าวว่าแม้จะโดน “ลดอันดับมาตรฐาน” แล้วก็ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่ไม่มีใครเชื่อ

ข้ออ้างที่ว่าการบินไทยไม่กระทบเพราะยุติการบินไปสหรัฐแล้ว ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน เพราะผลพวงที่ก่อความเสียหายสูงสุดคือ ความน่าเชื่อถือของประเทศ ที่ไม่สามารถเอาคืนกลับมาด้วยการแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดไปวัน ๆ เท่านั้น

ICAO มาตรวจเรา 8 ส่วนสำคัญแยกย่อยเป็นประมาณ 1,000 หัวข้อ เขาพบว่าเรามีประเด็นที่ต้องแก้ไขมากถึง 850 หัวข้อ จึงต้องติด ธงแดง กับไทยเพื่อเตือนประเทศอื่นให้รับทราบ

หากเขาไม่ส่งคำเตือนอย่างนี้ เขาก็จะต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดเรื่องที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ใครที่บอกว่าคำประกาศของ ICAO และ FAA “ไม่มีผลกระทบต่อการบินพลเรือนของไทย” ต้องถือว่าพูดอย่างไม่รับผิดชอบ เพราะนอกจากภาพใหญ่ที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศ มีปัญหาทำให้คนเดินทางมีเครื่องหมายคำถามในใจต่อความปลอดภัยในการบินเข้าออกประเทศไทยแล้ว ในรายละเอียดก็ยังมีประเด็นว่าต่อไปนี้สายการบินสัญชาติไทยที่บินตรงไปอเมริกา จะต้องแวะเปลี่ยนเครื่องบินที่ประเทศอื่น บางครั้งอาจต้องแวะถึง 2 หรือ 3 ประเทศ แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละสายการบิน

อีกด้านหนึ่งจะทำให้การทำ “เที่ยวบินร่วม” หรือที่เรียกว่า Code-share อันหมายถึงการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสายการบินยากยิ่งขึ้น เพราะสายการบินอื่นอาจจะปฏิเสธที่จะทำกิจกรรมนี้ร่วมกับการบินไทย เพราะไม่ต้องการถูกดึงเข้าไปในปัญหาของไทย

อีกทางหนึ่งคือปัญหาที่ FAA จะไม่หยุดแค่นี้ หากทางไทยไม่รีบแก้ไขปัญหา ก็จะมีการแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคมของประเทศต่าง ๆ ให้ได้รับทราบอย่างเป็นทางการเพื่อให้ เพ่งเล็งใบอนุญาตของสายการบินของไทย เป็นพิเศษ

เท่ากับเป็นการซ้ำเติมความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง

ผลร้ายที่จะตามมาจึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการท่องเที่ยวที่จะได้รับผลทางตรงเท่านั้น แต่จะมีผลทางอ้อมที่เกี่ยวกับการลงทุนการค้าขาย และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน

เหมือนเรามีตำหนิที่หน้าผาก เดินไปไหนใครเขาก็เห็นโทนโท่อยู่ จะบอกใครว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวแผลนี้ก็หายไปเอง คงไม่มีใครเชื่อแน่นอน