โคลนนิ่งเพื่อการค้า

โคลนนิ่งเพื่อการค้า

แกะดอลลี่ เป็นสัตว์ตัวแรกของโลกที่มนุษย์โคลนได้สำเร็จเมื่อ 20 ปีก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้าต่างๆ

ด้านเทคโนชีวภาพ (Biotechnology) ก็ก้าวหน้าไปมากจนปัจจุบัน การโคลนสัตว์เพื่อการค้ากำลังจะเป็นทางโน้มของโลกอย่างน่าตกใจ

เมื่อกลางเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา FDA ของสหรัฐได้ประกาศยอมรับว่า ปลา Atlantic Salmon ที่เกิดจากการตกแต่งพันธุกรรมเป็นอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณค่าทางอาหาร ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สัตว์ซึ่งเกิดจากการตกแต่งพันธุกรรมได้การรับรองอย่างเป็นทางการ

ผู้ผลิตปลา Atlantic Salmon เลี้ยงในฟาร์มในปานามาได้ยื่นคำขอรับรองมาเป็นเวลา 20 ปี โดย FDA ศึกษาอยู่ถึง 10 ชั่วอายุของปลา ก่อนที่จะรับรอง วิธีการทำก็คือ ตกแต่งเอายีนส์ ซึ่งผลิต growth hormone ของปลา Pacific Chinook Salmon ไปใส่ใน DNA ของปลา Atlantic Salmon จนทำให้เลี้ยงได้ตลอดทั้งปีและเติบโตเร็วมาก กล่าวคือ จาก 3 ปีเหลือเพียง 16-18 เดือน สำหรับขนาดปลาที่ขายในตลาดได้

ในเวลาใกล้กัน ก็มีข่าวของการตกแต่งยีนส์ของยุงลายที่เป็นพาหะของเชื้อมาเลเรียให้สิ้นฤทธิ์ เพื่อให้ไม่มีคนตายถึง 3 ล้านคนต่อปีในอาฟริกา เพราะมาเลเรียอีกต่อไป โครงการนี้สนับสนุนโดยมูลนิธิ Bill and Melinda Gates ด้วยเงินทุนมหาศาลเพื่อใช้กลยุทธ์เทคโนโลยีชีวภาพในการปราบโรคร้ายนี้

ในยุคแรกของการโคลน นักวิทยาศาสตร์ประสบความยากลำบากจนมีอัตราความสำเร็จต่ำ ต้นทุนก็สูง แต่หลังจากลองผิดลองถูกตลอดเวลาที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกรวมกันว่า Gene-editing หรือการตกแต่งยีนส์ แบบชนิดตัดโดยเอนไซม์ และเอายีนส์อื่นมาใส่แทน

มีอยู่หลายตัวอย่างของความสำเร็จของการโคลนสัตว์ด้วยวิธีใหม่ (ก) หมูที่ขุนให้อ้วนด้วยอาหารที่น้อยลง (ข) ไก่ที่ฟักออกมามีแต่ตัวเมีย เพื่อเอามาออกไข่ (ค) วัวที่ออกมาเป็นตัวผู้เพื่อเลี้ยงเอาเนื้อ เนื่องจากตัวผู้สามารถเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อได้มีประสิทธิภาพมากกว่าตัวเมีย (ง) หมูตัวเล็กแคระแกรน เพื่อเอามาเป็นสัตว์เลี้ยง (จ) สุนัขพันธุ์บีเกิลที่มีกล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้น เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว (ฉ) แพะพันธุ์แคชเมียรที่มีเนื้อหนาแน่นขึ้น และมีขนยาว เพื่อเอาไปทอเสื้อหนาว (ช) วัวพันธุ์เนื้อที่มีเนื้อมากขึ้น โดยกินอาหารเท่าเดิม

แต่ดั้งเดิมมนุษย์ผสมพันธุ์สัตว์ข้ามหลายสายพันธุ์ เพื่อให้ได้ลักษณะตรงตามที่ต้องการ ซึ่งต้องใช้เวลานาน และไม่มีความแน่นอน เช่น ไก่ชน ม้าแข่ง สุนัข วัวพันธุ์เนื้อและพันธุ์นม แต่เมื่อมีเทคโนโลยีโคลนนิ่งเกิดขึ้น มนุษย์ก็มีทางลัดคือเพียงเอาเซลล์หนึ่งของตัวต้นแบบมาเพาะในจานทดลอง และใช้วิธีการแต่งยีนส์โดยเอายีนส์ที่รู้แน่นอน ว่าทำหน้าที่ในเรื่องใด (จำเป็นต้องมีแผนที่ DNA หรือ genome จึงจะรู้ว่ายีนส์ตำแหน่งใดใน DNA ของสัตว์สายพันธุ์อื่น ทำหน้าที่อะไร และก่อให้เกิดคุณลักษณะใด) มาแทนยีนส์ที่ไม่พึงปรารถนา จากนั้นก็นำไปเพาะเลี้ยงในมดลูกของสัตว์พันธุ์นั้น

พูดสั้นๆ ก็คือ การตกแต่งยีนส์คือการไปแก้ไขสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมา เพื่อให้ได้คุณลักษณะที่พึงปรารถนา ส่วนการผสมข้ามสายพันธุ์ก็คือการคัดเลือกคุณลักษณะที่ต้องการ โดยเป็นไปตามวิธีทางธรรมชาติ

ข่าวล่าสุดของการทำธุรกิจจากการโคลนสัตว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก็คือเอกชนจีนร่วมลงทุนกับบริษัทเกาหลี ประกาศตั้งโรงงานในตอนเหนือของเมืองเทียนจิน เพื่อผลิตสัตว์จากการโคลน เช่น วัวปีละ 100,000 ตัว จะเพิ่มเป็น 1,000,000 ตัว รวมทั้งการโคลนม้าแข่ง และสุนัขพันธุ์ดี

เพียง 4 ปีหลัง “ดอลลี่” จีนก็มีความสามารถในการโคลน ซึ่งจีนสามารถโคลนสุนัขพันธุ์ Tibetan Mastiff แท้ที่มีขนาดใหญ่มากได้ 3 ตัว โคลน “หมูใจเด็ด” ฮีโร่จากการสามารถรอดชีวิตอยู่ได้กว่าหนึ่งเดือน หลังตึกถล่มในแผ่นดินไหวในเสฉวนเมื่อปี 2008 (ที่มีคนตายกว่า 70,000 คน สูญหายอีก 20,000 คน) จีนเชื่อว่าความต้องการในประเทศของวัวพันธุ์เนื้อจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ทำให้การเลี้ยงแบบปกติจะช้าไม่ทันใจ หากโคลนตัวเยี่ยมยอดแล้ว ก็จะได้แฝดเหมือนกันเป็นแสนเป็นล้านตัวต่อไป นอกจากนี้การโคลนม้าแข่งและสุนัขที่มีราคาแพงก็จะเป็นการค้าที่ดีมากอีกด้วย

จีนสามารถทำได้โดยไม่ถูกรัดรึงด้วยกฎเกณฑ์ในการคำนึงประเด็นจริยธรรม การละเมิดกฎธรรมชาติ เพราะไม่มีการควบคุมเข้มงวดเหมือนประเทศอื่น ๆ ทำให้จีนใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้ทุ่มเททรัพยากรเพื่อการวิจัย หาวิธีโคลนที่แม่นยำบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการ โดยมุ่งเน้นการค้าจากการโคลนสัตว์ ซึ่งหลายประเทศก็ต้องการหากทำไม่ได้ เพราะมีกฎหมายห้าม

ในเดือนก.ย.ที่ผ่านไป รัฐสภาอียูห้ามการโคลนสัตว์เพื่อเอามาเป็นอาหาร และห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อีกด้วย ในสหรัฐก็เพิ่งมีการยอมรับปลา GMO พันธุ์ Atlantic Salmon อย่างเป็นทางการเท่านั้น

อย่างไรก็ดีการโคลนในอุตสาหกรรมเลี้ยงวัว ก็มิใช่สิ่งใหม่ในสหรัฐ ที่มีมาตั้งแต่ปี 2004 เพียงแต่ยังไม่ได้รับการรับรองจาก FDA

การโคลนซึ่งดูน่าหวาดหวั่นที่สุด ก็คือการโคลนหมูเพื่อให้อวัยวะมนุษย์สามารถเติบโตในตัวหมูได้ หากทำได้สำเร็จก็หมายถึงการเพาะอวัยวะมนุษย์ เช่น หัวใจ ตับ ไต เซลล์ต่างๆ ได้อย่างไม่รู้จบ โดยใช้หมูเป็นเครื่องมือ เนื่องจากหมูและคนมีความคล้ายคลึงกันมากในเชิงชีววิทยา

ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะโคลนวัวพันธุ์เนื้อที่มีภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่างๆ ให้แข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา ซึ่งอาจมีพิษตกค้างถึงมนุษย์ได้ แค่นี้ยังไม่พอ ในขณะนี้มีการโคลนวัวตัวผู้ไม่ให้มีเขา เพราะเขาเป็นปัญหาทำให้เกะกะ และเป็นอันตราย หากจะถอนทิ้งตอนโตวัว ก็จะเจ็บปวดและมีต้นทุนสูง

การโคลนม้าพันธุ์ดี เพื่อแข่งโปโลเป็นการเฉพาะ ก็ทำได้สำเร็จแล้วในอเมริกาใต้ ดังนั้นการโคลนม้าแข่งพันธุ์ดีราคานับล้านบาท เพื่อการค้าจึงไม่ใช่เรื่องยาก บางประเทศก็ใช้การโคลนเพื่อการค้าที่มีตลาดเฉพาะ อย่างเช่นในปัจจุบันอิสราเอลสามารถโคลนองุ่นจากซากเมล็ดเก่าแก่สมัยพระเยซูที่พบในถ้ำ เพื่อเอามาผลิตไวน์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นไวน์ที่พระเยซูเคยดื่มเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว

สิ่งที่ผู้คนหวาดหวั่นในเรื่องการโคลนก็คือ การโคลนมนุษย์ซึ่งน่าเชื่อว่า มีการทดลองลับๆ อยู่ทั่วโลก เพียงแต่ว่า ใครจะเปิดเผยก่อนเท่านั้นเอง ว่าทำได้สำเร็จแล้ว คิดแล้วน่ากลัวยิ่งขึ้นหากกลายเป็นการค้าไป ลองคิดดูว่า หากมีการโคลนตนเอง เพื่อหาคู่แฝด และเอาอวัยวะมาใช้เพื่อตนเองตามใจชอบ คนๆ นั้นจะมีชีวิตยิ่งกว่าเป็นทาสสมัยก่อน

การโคลนคู่ชีวิต พ่อแม่ ลูกที่จากไป อาจทำได้ในอนาคต แต่อย่าลืมว่า เราโคลนได้แต่ร่างกายเท่านั้น จิตใจ บุคลิก ลักษณะอุปนิสัยของเขา มิได้ถูกโคลนมาด้วย ร่างกายหน้าตาเหมือนกัน แต่จิตใจที่เลวร้ายจะเป็นเรื่องที่เศร้ายิ่งกว่าให้เขาจากไป และทิ้งความทรงจำที่ดีเอาไว้

โลกข้างหน้าน่ากลัวเพราะมนุษย์ทำให้น่ากลัว การละเมิดกฎธรรมชาติ ทำให้ได้ประโยชน์เชิงการค้าและความพอใจ อย่างไรก็ดีหากขาดกฎระเบียบที่ควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ในที่สุดคนที่ทำให้โลกน่ากลัว ก็จะไม่มีโลกที่น่าอยู่ให้กลัวอีกต่อไป