ไม่ใช่ไม่รู้ปัญหา แต่เป็นปัญหาการทำงาน

ไม่ใช่ไม่รู้ปัญหา แต่เป็นปัญหาการทำงาน

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือเอฟเอเอ

 ได้มาตรวจสอบกรมการบินพลเรือน และออกประกาศผลการตรวจสอบ ลดระดับประเทศไทยจาก ประเภทหนึ่ง หรือ Category 1 เป็นประเภทสอง หรือ Category 2 หลังจากที่เอฟเอเอส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคม เนื่องจากเห็นว่าผลการทำงานของกรมการบินพลเรือนไทยเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลของเอฟเอเอ เกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานการบินพลเรือนไทย ยังไม่เป็นที่พอใจนัก สำหรับข้อท้วงติงหลักๆ ของเอฟเอเอ สอดคล้องกับตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่ได้ปักธงแดงก่อนหน้านั้น และได้ชี้แจงไทยให้เร่งแก้ไข

การถูกจัดให้อยู่ในประเภท 2 หมายความว่า ประเทศนั้นๆ อยู่ในภาวะที่ขาดกฎหมาย หรือข้อบังคับ ที่จำเป็นสำหรับการดูแลสายการบินต่างๆ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างประเทศในขั้นต่ำสุด หรือ สำนักงานการบินพลเรือนของประเทศนั้นๆ มีความบกพร่องในบางด้าน หรือหลายๆ ด้าน เช่น ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค การฝึกอบรมบุคลากร การจัดเก็บบันทึกการบิน หรือกระบวนการตรวจสอบ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าแนวทางการแก้ไขปัญหานับจากนี้ กระทรวงฯ จะมุ่งแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย หรือ SSC ที่ ICAO ประกาศเชิงสัญลักษณ์ธงแดง หลังจากพบข้อบกพร่องเกี่ยวกับ SSC จำนวน 33 หัวข้อ ในเรื่องปฏิบัติการบิน และความเหมาะสมทางการบิน เนื่องจากเป็นปัญหาพื้นฐาน ที่ทำให้เกิดการตรวจสอบจากเอฟเอเอ หรือองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (เอียซ่า) เข้ามาทำการตรวจ ดังนั้นหากไทยแก้ปัญหาธงแดงได้ ก็จะส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาอื่น

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า การลดระดับไทยของเอฟเอเอ จากการประเมินมั่นใจว่าไม่กระทบเศรษฐกิจในตัวเงินมาก และไม่กระทบกับภาคการท่องเที่ยว แต่ทำให้เกิดประเด็นคำถามว่าทำไมไทยเองไม่ดูแลตั้งแต่มีปัญหานี้เกิดขึ้นในช่วงแรก ตอนนี้จะไม่มีการยืดเวลาแก้ไขปัญหาไปเรื่อยๆ เด็ดขาด ครั้งนี้ทำให้เห็นแล้วว่ามีผลกับภาพลักษณ์พอสมควร คงต้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งแก้ปัญหาที่ตอนนี้ก็มีชัดเจน สิ่งที่อยากให้เร่งคือการแก้ไขปัญหา ไม่ควรพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก และปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ประเด็นไม่ใช่เรื่องโครงสร้างแต่เป็นปัญหาที่การทำงาน ทั้งยังเสริมว่าหากแก้ไขได้ความเชื่อมั่นก็จะกลับมาเอง ซึ่งขณะนี้ไม่ควรโทษใครให้มารับผิดชอบเพราะปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นจึงถือเป็นการพลิกโอกาสทำให้แก้ปัญหาที่แท้จริง

จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีมานานแล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทย และติดสัญลักษณ์ธงแดงตั้งแต่เดือน มิ.ย. ดังนั้นการตื่นตัวกับเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนานาชาติและส่งผลกระทบสูง แต่ที่ผ่านมาการแก้ไขกลับไม่ค่อยคืบหน้า อันอาจจะสะท้อนให้เห็นศักยภาพของการแก้ปัญหาใหญ่ๆ