วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐวิสาหกิจโทรคม จะอยู่รอดต้องฟื้นตัวเอง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ

ในหัวข้อ “ยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ Thailand’s New S-curve” ในงาน “Thailand Economic Outlook 2016 โอกาส ความเสี่ยง อนาคตเศรษฐกิจไทย” จัดโดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วานนี้ (18 พ.ย.) ว่า ได้แจ้งกับนายกรัฐมนตรีแล้วว่าเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 4จี จะนำมากระจายไปสู่ท้องถิ่นเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาการเกษตร และจัดทำนโยบายในการสร้างที่อยู่อาศัยของคนจนทั่วประเทศ เพื่อกระจายความเจริญไปสู่ส่วนต่างๆ ของประเทศได้ ซึ่งเรื่องของการประมูลคลื่น 4จีที่จะมีประมูลอีก 2 ใบอนุญาตในเดือน ธ.ค.นี้คาดว่าจะทำให้ได้เงินเข้ารัฐรวมกว่า 1.3-1.5 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นก๊อกสองของรัฐสามารถนำไปทำนโยบายทางเศรษฐกิจได้อีกมาก 

จากปาฐกถาดังกล่าว แสดงว่า รัฐบาลคาดว่า มูลค่าจากการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ 2 ใบอนุญาต วันที่ 15 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ จะได้เงินเข้ารัฐอีก 5-7 หมื่นล้านบาท เพราะเมื่อประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 2 ใบอนุญาต วันที่ 11-12 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้เงินเข้ารัฐแล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งความคาดหวังดังกล่าว อาจเป็นการประเมินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงก็เป็นได้ เพราะคลื่นความถี่ที่กำลังจะจัดประมูลต่อไปนั้น แม้จะมีเพียงใบละ 10 เมกะเฮิรตซ์น้อยกว่าใบอนุญาตที่เพิ่งประมูลเสร็จไปที่มีใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ แต่ช่วงความกว้างของคลื่นมีมากกว่า ครอบคลุมพื้นที่กว้างไกลกว่า ทำให้ผู้ที่ประมูลได้ไปลงทุนระบบเพื่อให้บริการน้อยกว่า อีกทั้งช่วงเวลานี้ไม่มีผู้ให้บริการรายใดถือสิทธิให้บริการคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์อยู่เลย หลังจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) หมดสัญญาสัมปทานกับ บมจ.ทีโอที ไปตั้งแต่ 30 ก.ย. 2558

การนำคลื่นที่หมดอายุสัญญาสัมปทานมาจัดสรรใหม่ ด้วยการเปิดประมูลใบอนุญาตของผู้มีหน้าที่กำกับดูแล แล้วนำเงินที่ประมูลได้นำส่งเข้ารัฐโดยตรง ไม่ต้องไปผ่านองค์กรอื่นๆ เพื่อหักค่าหัวคิวก่อนนำส่งเข้ารัฐซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจยุคดั้งเดิม และทำให้หน่วยงานกินหัวคิวนั้นๆ ขาดการพัฒนา ทั้งๆ ที่สะสมคนเก่ง สะสมทรัพยากรอันมีค่าไว้เป็นต้นทุนมากมาย แต่เมื่อไม่ได้ขยับลงมือทำอะไรเองมายาวนาน การจะขยับรับการเปลี่ยนแปลงใหม่จึงทำได้อยาก เสมือนคนไข้ที่นอนป่วยมาเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อแขนขามักลีบ อ่อนแรง หากอายุยังน้อยทำกายภาพบำบัดก็มีโอกาสฟื้นตัวได้ง่าย แต่กรณีอายุมากโอกาสฟื้นตัวย่อมน้อยลงๆ และคนไข้ที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่เฝ้าหาเหตุผลต่างๆ นานามาเรียกร้องให้คนอื่นๆ ช่วยพยุง ช่วยฉุดให้ลุกขึ้น โดยไม่ออกแรงพยายามช่วยเหลือตัวเอง สุดท้ายก็ต้องนอนซม สมองฝ่อ และไม่มีวันลุกขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากปลุกขวัญและกำลังใจทั้งองค์กรให้ประคองตัวลุกขึ้นสู้ แม้ไม่มีรายได้จากสัมปทานค้ำจุนเช่นอดีต หน่วยงานโทรคมนาคมที่เคยเป็นเสือนอนกินในอดีตต้องหันกลับมาวางแผนธุรกิจดีๆ คลื่นที่มีอยู่ในมือ เสาโทรคมนาคมที่มีเป็นต้นทุน ยังนำมาทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อีกแน่นอน การจะอยู่รอดได้ต้องพยายามคิดนำทรัพยากรอันทรงคุณค่า ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วางทิศทางฟื้นฟูเศรษฐกิจขององค์กรให้ค่อยๆ กลับมา อย่าจิตตก ท้อถอย อีกไม่นานก็จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง