การโจมตีกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส
กำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในภูมิศาสตร์การเมืองโลกในอีกไม่ช้านี้ เพราะก่อนการโจมตีกรุงปารีส ได้เกิดวินาศกรรมเครื่องบินรัสเซียและระเบิดพลีชีพที่เลบานอน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน และผู้ที่ประกาศความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวคือกลุ่มไอเอส และกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มไอเอส และจากท่าทีของประเทศมหาอำนาจในขณะนี้ อาจกล่าวได้ว่าเริ่มไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นในการตอบโต้กลุ่มไอเอส
ขณะนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้นว่า ประเทศมหาอำนาจจะร่วมมือกัน เพื่อตอบโต้กลุ่มไอเอส และอาจทำให้เกิดการใช้กำลังทหารครั้งใหญ่ เพื่อดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังในพื้นที่ยึดครองในซีเรียและอิรัก ซึ่งนั่นหมายความว่าสงครามก็จะเปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก จากเดิมที่เหล่ามหาอำนาจทางทหารของโลกเพียงแค่ให้การสนับสนุนประเทศที่ต่อสู้กับกลุ่มไอเอส ซึ่งหมายความว่าระดับความรุนแรงก็จะยิ่งมีมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ความขัดแย้งเท่านั้น แต่อาจขยายวงกว้างออกไปในประเทศใดก็ได้ที่มีผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอส
แน่นอนว่าหากความขัดแย้งบานปลาย ขยายวงกว้างและมีการใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากกว่าด้านเศรษฐกิจ คือความขัดแย้งที่เราไม่มีวันคาดเดาได้โดยง่าย ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรและที่ไหนของโลก แม้อาจจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก เนื่องจากกลุ่มไอเอสมีเป้าหมายชัดเจนว่า ในการต่อต้านผลประโยชน์ของมหาอำนาจตะวันตก ดังนั้นไม่ว่าผลประโยชน์เหล่านี้จะอยู่ที่ใดบนโลก ย่อมเป็นเป้าหมายด้วยกันทั้งสิ้น และทุกภูมิภาคบนโลกก็มีโอกาสทั้งนั้น
ดังนั้น ความขัดแย้งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในขณะนี้ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่คนไทยจะเมินเฉยได้อีกต่อไป ซึ่งหากดูจากท่าทีมหาอำนาจต่างๆ ก็ดูเหมือนต้องการขจัดกลุ่มไอเอส และเราเชื่อว่าความขัดแย้งนอกจากในซีเรียและอิรักแล้ว อาจปะทุขึ้นเป็นจุดเล็กจุดน้อยในหลายภูมิภาค หากกลุ่มไอเอสมีผู้สนับสนุนมากจริงและกระจายอยู่ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก แม้ระดับความเสียหายอาจจะไม่มากนัก แต่อาจสร้างผลกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อระเบียบโลกเดิมที่เคยยึดถือกันมา
หากความขัดแย้งขยายวงกว้างตามที่กล่าวข้างต้น ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในด้านหนึ่ง หากมีผลกระทบทางเศรษฐกิจโลก ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไปด้วย อีกด้านหนึ่ง ในเรื่องความมั่นคงก็ถือว่ามีผลกระทบไม่ต่างกันนัก เพราะอย่าลืมว่าไทยเองก็เป็นพันธมิตรกับมหาอำนาจตะวันตก อีกทั้งผลประโยชน์ของประเทศตะวันตกในไทยก็มีอยู่ไม่น้อย ซึ่งไทยอาจเป็นเป้าหมายหนึ่งในหลายๆเป้าหมายทั่วโลกก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะเราไม่รู้ว่าเครือข่ายเหล่านี้มีมากน้อยแค่ไหน
เราเห็นว่าขณะนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความระมัดระวังอย่างมาก ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยไปแล้วในหลายด้าน แต่ก็ถือว่ายังไม่สามารถประมาทกับสถานการณ์จากนี้ไป ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลและคนไทยจำเป็นต้องหาทางป้องกันมากกว่าการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย คือ การประเมินผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เราอยากเห็นการประเมินอย่างรอบด้านจากรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เพื่อสามารถรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที






