ศุกร์ 13 พ.ย. 58 ประวัติศาสตร์โลกถูกบันทึกไว้อีกวาระหนึ่ง เมื่อมีการโจมตี
ครั้งใหญ่กลางกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ดินแดนแห่งเสรีภาพ เมืองแฟชั่น สัญญลักษณ์เมืองศิวิไลซ์ เมืองหลวงชั้นนำของโลก มีผู้เสียชีวิตทันที 150 คนและบาดเจ็บกว่า200คน
เป็นครั้งร้ายแรงที่สุดที่ฝรั่งเศสถูกโจมตี ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง การโจมตีถูกวางแผนมาอย่างดีจากผู้ก่อการร้าย ทั้งระเบิดพลีชีพและกราดยิงในที่ชุมนุมชน 3-4 จุด ทั้งเวทีคอนเสิร์ตและใกล้สนามฟุตบอล
สถานการณ์เต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงหวีดร้อง ตื่นกลัว วุ่นวาย สับสน
โลกปัจจุบันถูกคุกคามความปลอดภัย ไม่ว่าจะเดินอยู่ที่ไหน ในปารีส ในลอนดอน ในนิวยอร์ค ในกรุงเทพ
ล้วนตกอยู่ในความเสี่ยงจากนำ้มือของมนุษย์ที่จ้องห้ำหั่นกันเองด้วยความรุนแรง
ผู้ก่อการร้ายไม่สนใจว่าการกระทำที่โหดเหี้ยมของตนเอง จะไปทำร้ายทำลายให้คนบริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตาย ครอบครัวสูญเสีย แต่พร้อมงัดทุกอย่างขึ้นมาใช้ เพียงเพื่อตอบสนองเป้าหมายของตนเองเท่านั้น
ผู้คนจากทั่วโลกร่ำไห้แห่ไปวางดอกไม้ แสดงความไว้อาลัยต่อผู้ที่เสียชีวิตที่สถานทูตฝรั่งเศสในแต่ละประเทศ ผู้นำทั่วโลกออกแถลงการณ์ยืนเคียงข้างฝรั่งเศส ในการผ่านพ้นวิกฤติและเหตุการณ์ที่เลวร้าย
แน่นอนเหตุเกิดที่ปารีส ฝรั่งเศส แกนนำของยุโรป แต่ผลย่อมสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งโลก ไม่ต่างจากการโจมตีนิวยอร์ค สหรัฐในเหตุการณ์ 911 เท่าใดนัก ไม่เฉพาะตะวันตกเท่านั้นที่สะเทือน แต่โลกต้องมีแนวทางการรับมือกับภัยแบบนี้ร่วมกัน
ไม่เฉพาะความมั่นคง การก่อการร้าย ความปลอดภัยเท่านั้น แต่เหตุการณ์ย่อมส่งผลกระเทือนไปทุกด้าน รวมทั้งด้านเศรษฐกิจโดยเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่อยู่แล้ว อาจจะช็อกชั่วคราวลงไปอีกขณะ การเดินทางท่องเที่ยวชะลอตัวลง ย่อมส่งผลอุตสาหกรรมการบิน
อุตสาหกรรมบริการ หรือการส่งสินค้าเข้าออกจะต้องถูกตรวจตราเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันสิ่งที่แอบแฝงเข้ามา ทำให้ทุกอย่างจะล่าช้าลง ไม่นับตลาดเงิน ตลาดทุนที่อ่อนไหวกับประเด็นนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว
กระเทือนและส่งผลไปทั่ว แม้เหตุการณ์จะอยู่ไกลถึงยุโรป !!!!
ผู้รับผิดชอบฝ่ายนโยบายของไทย คงต้องเร่งประชุมประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมการรับมืออย่างทันท่วงที ให้ได้รับผลสะท้อนน้อยที่สุด
สัปดาห์นี้ผู้นำโลกจะมาเดินขวักไขว่กันในเอเชีย ตั้งแต่การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิคหรือเอเปค ที่มะนิลา ฟิลิปปินส์ กลางสัปดาห์นี้ ต่อด้วยการประชุมผู้นำสุดยอดอาเซียน ที่กัวลาลัมเปอร์ในช่วงสุดสัปดาห์
ฟิลิปปินส์เจ้าภาพเอเปคประกาศยกระดับรักษาความปลอดภัยถึงขีดสูงสุด ในการต้อนรับผู้นำโลกจาก 21 เขตเศรษฐกิจ
เวทีเอเปคแม้จะเป็นความร่วมมือเศรษฐกิจ แต่เต็มไปด้วยชาติยักษ์ใหญ่ที่เป็นสมาชิก ซึ่งคงมีการออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องการก่อการร้ายออกมา
ขณะที่เวทีอาเซียนซัมมิต ผู้นำอาเซียนจะมีวาระถกกับคู่เจรจาเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ทั้งอาเซียน-สหรัฐ อาเซียน-รัสเซีย อาเซียน-จีน อาเซียน-อียูู อาเซียน-อินเดีย มีเวทีความมั่นคงแห่งภูมิภาคที่ถกกันเป็นประจำอยู่แล้ว
เที่ยวนี้อาจมีข้อเสนอใหม่หรือข้อเสนออื่น ในการต่อต้านการก่อร้ายร่วมกันมากขึ้น นอกจากร่วมมือกันเฝ้าระวัง ส่งสัญญาณแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อาจต้องหาแนวปฏิบัติใหม่ๆในการสกัดกั้นการก่อร้าย ซึ่งจะต้องรอฟังความเห็นจากชาติเจ้าภาพที่จะเป็นผู้ริเริ่มเสนอ
ภัยคุกคามแบบนี้จะยังคงอยู่และแฝงมาในรูปแบบต่างๆ และรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ
โลกต้องตระหนักในการรับมือร่วมกัน ไม่ควรพ่ายแพ้ผู้ก่อการร้ายและความรุนแรง
วันนี้โลกร่ำไห้อาดูรกับปารีส!!!!!









