วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แข่งเคาะราคาเดือด อย่าโยนทุกข์ผู้บริโภค

การประมูล 4จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์วานนี้ (11 พ.ย.)

 การแข่งขันช่วงเริ่มต้นเสมือนจะไม่มีอะไร เกมคงจบลงได้ภายในช่วงบ่าย เพราะเปิดการเคาะราคาเวลา 10.00 น. ด้วยการเทไปเคาะใบอนุญาตใบที่ 2 เหมือนๆ กัน 3 ราย ใบที่ 1 มีผู้เคาะราคาเพียง 1 ราย แล้วก็หยุดไปยาว 2 รอบ กระทั่งรอบที่ 4 จึงเริ่มกลับมาเคาะราคาใบอนุญาตที่ 1 อีกครั้งเพียงรายเดียว จากนั้น การเคาะราคาก็มีบ้างหยุดบ้าง ทั้ง 2 ใบอนุญาต ซึ่งใครที่ติดตามการเคาะราคาอย่างต่อเนื่องคงลุ้นกันน่าดู กระทั่งเวลา 18.00 น. การเคาะราคาไปถึงรอบที่ 25 เพราะเกณฑ์การเคาะราคากำหนดให้เคาะรอบละ 20 นาที แบ่งเป็น 15 นาทีแรกตัดสินใจ อีก 5 นาทีคอมพิวเตอร์ประมวลผล พอถึงรอบที่ 26 ใบอนุญาตที่ 2 ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 25,464 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าคลื่น 100% ที่ 19,890 ล้านบาทเกือบ 30% ใบอนุญาตที่ 1 อยู่ที่ 23,872 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าคลื่นประมาณ 20%

ปรากฏการณ์การประมูลที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมประมูลต้องการคลื่นความถี่มาให้บริการลูกค้าเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมูลค่านับแสนล้านบาท เป็นเค้กหอมหวานที่ไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้ ทั้งจากผู้ให้บริการรายเดิม และผู้เข้าชิงชัยรายใหม่แต่เป็นที่รู้จักดีในแวดวงโทรคมนาคม ผู้เข้าร่วมประมูลต่างเตรียมความพร้อมกันมาอย่างดี เรียกว่า อาจจะตั้งแต่เริ่มก้าวเท้าออกจากบ้าน บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด แสดงตัวเพื่อลงทะเบียนเป็นบริษัทแรก เวลา 8.00 น. มีผู้เข้าร่วมห้องเคาะราคา 10 คน นำโดยนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตามมาด้วยบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ลงทะเบียนเวลา 8.10 น. มีผู้เข้าร่วมห้องเคาะราคา 10 คน นำโดยนายวิทิต ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ทีมผู้บริหารชาวไทย และสิงคโปร์

เวลา 8.18 น.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด แสดงตัวลงทะเบียน มีผู้เข้าร่วมเคาะราคา 5 คน นำโดยนายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และเวลา 8.40 น. บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เข้าแสดงตัวลงทะเบียน แม้ไม่ได้มาถึงบริเวณสถานที่ประมูลเป็นบริษัทสุดท้ายก็ตาม นำโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมทีมรวม 10 คน

การเคาะราคาที่เหมือนจะไม่มีใครยอมใครที่เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้ผู้จัดการประมูล คือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปลาบปลื้มต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพราะจะมีรายได้นำส่งเข้ารัฐจำนวนมากกว่าที่คาด แต่ในส่วนผู้บริโภคแล้วกลับคิดอีกมุมหนึ่งว่า ราคาประมูลที่แข่งขันกันดุเดือดเช่นนี้ จะสะท้อนกลับมาเป็นอัตราค่าบริการที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลหรือไม่ ผู้บริโภคจะได้รับการบริการที่ดี ในราคาที่เป็นธรรมโดยมีหน่วยงานผู้รับผิดชอบคือ กสทช. ควบคุมดูแลได้เพียงใด แม้ก่อนหน้านี้จะมีนักวิชาการออกมายืนยันว่า ราคาประมูลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ภาระต้นทุนที่ผู้ให้บริการจะนำมาคำนวณเป็นค่าบริการแล้วผลักภาระให้ผู้บริโภคได้ แต่หลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีรายจ่ายใดของผู้ให้บริการ จะจ่ายออกไปเพื่อไม่ต้องเก็บเกี่ยวผลตอบแทนสักครั้ง เพราะทุกคนทำธุรกิจ เมื่อลงทุนมาก ก็ต้องการผลตอบแทนกลับมามากอย่างแน่นอน ฉะนั้น กสทช. ต้องดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ให้ผลักทุกข์ ภาระอันหนักอึ้งสู่บ่าผู้ใช้บริการ