แหล่งที่พักต่างๆ จะมีผู้ทำหน้าที่ดูแลชุมชนที่พักโดยเฉพาะ เรียกว่า โทอิยะ (問屋)
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทางการเจ้าเมืองของบริเวณนั้น ที่จริงแล้ว โทอิยะ มีความหมายตามศัพท์แปลว่า ผู้ค้าส่ง ซึ่งทำหน้าที่รับสินค้าจากผู้มาส่งและกระจายออกไปตามชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียง อันเปรียบเสมือนว่า โทอิยะได้รับอำนาจผูกขาดในชุมชนนั้นๆ ไปกลายๆ โทอิยะจึงมักเป็นผู้มีฐานะดีบ้านเรือนใหญ่โต ถึงขนาดที่พระจักรพรรดิเมจิเ คยประทับมาแล้ว อย่างโทอิยะที่นาราอิจูขุ (รูปที่ 1) เป็นต้น
ชุมชนที่พักแต่ละแห่งยังมีที่พักทางการที่เรียกว่า ฮอนยิน (本陣) สำหรับบุคคลสำคัญระดับเจ้าเมืองหรือไดเมียว (大名) เท่านั้น (รูปที่ 2) ที่พักทางการระดับรองลงมาเรียกว่า วากิฮอนยิน (脇本陣) (รูปที่ 8) ซึ่งบุคคลธรรมดาที่มีฐานะก็อาจเข้าพักได้ น่าเสียดายที่ฮอนยิน กับ วากิฮอนยิน มีให้เห็นได้เฉพาะที่สึมาโงะเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่ใช่ของดั้งเดิม แต่ได้รับการบูรณะมาจากสิ่งที่ได้เสียหายไปมากแล้ว
แม้ว่าชุมชนทั้งสามดังกล่าวข้างต้น จะมีองค์กรที่วางแผนและพัฒนาร่วมกัน แต่ก็ดูเหมือนว่า ความน่าท่องเที่ยวของแต่ละชุมชนแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ชุมชนนาราอิจูขุ มีสถานีรถไฟอยู่ติดปลายชุมชนด้านหนึ่ง จึงไม่มีบริการรถแท็กซี่สำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวสถานที่นอกชุมชนที่ใกล้เคียงกัน ตัวชุมชนมีอาคารบ้านเรือนเก่าจำนวนมากตลอดความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ส่วนที่ปิดไว้โดยไม่ทำกิจการใดๆ มีกว่าครึ่ง ส่วนที่ทำการค้านั้นเป็นที่พักเสียส่วนใหญ่ นอกนั้นก็เป็นร้านอาหารและร้านขายเครื่องเคลือบไม้ไผ่ของญี่ปุ่น และก็ยังเปิดในเวลาไม่ตรงกันเสียอีก ทำให้ตัวชุมชนเงียบเหงา ชุมชนสึมาโงะจูขุ คึกคักที่สุด อาคารบ้านเรือนเก่ามีการเปิดกิจการกันมาก และมีหลากหลายชนิดของอาหารและของที่ระลึก รถประจำทางและแท็กซี่ก็สะดวก จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แม้กระทั่งนักท่องเที่ยวที่เดินท่องป่าในเส้นทางนากาเซนโด ระหว่างสึมาโงะและมะโกเมะก็มีมาก ทั้งๆ ที่การเดินขึ้นลงภูเขาในป่าระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะทางเดินป่าตลอด 7 กิโลเมตร มีห้องน้ำให้นักท่องเที่ยวประมาณทุกๆ 1 กิโลเมตร ในสมัยโบราณจะมีร้านน้ำชาเป็นระยะๆ ให้ผู้เดินทางได้พักผ่อน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแห่งเดียว ส่วนชุมชนมะโกเมะนั้น ถือได้ว่าอาคารส่วนใหญ่สร้างใหม่ถึงประมาณ 3 ใน 4 แต่มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารขนาดใหญ่มาก จึงเหมาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่อย่างจีน
ในการท่องเที่ยวครั้งนี้ มีการแวะแหล่งอาบน้ำร้อนที่อยู่ในเส้นทางมิคูนิไคโด ก่อนหน้าที่จะเดินทางต่อไปยังแหล่งที่พักคนเดินทาง ในเส้นทางนากาเซนโดบริเวณคิโซยิของจังหวัดนากาโน เส้นทางมิคูนิไคโดเป็นเส้นทางโบราณ ในระดับรองลงมาเส้นทางหนึ่งที่แยกออกจากนากาเซนโดตรงเมืองทากาซากิ มุ่งหน้าไปทางเหนือสู่จังหวัดนิอิงาตะ กล่าวกันว่าเส้นทางนี้ อูเอะซูงิ เจ้าเมืองโยเอทสึในเซนโคขุยิได (戦国時代 หรือ ยุคสงครามกลางเมือง) ใช้เส้นทางนี้เดินทัพไปตีเมืองในบริเวณคันโต แหล่งท่องเที่ยวที่ไปคือ เมืองเอทจิโงะยุซาวา ซึ่งมีแหล่งที่พักคนเดินทางที่มีชื่อเสียง 2 แห่ง คือ ไคคาเกะออกเซน กับ มิทสึมาตะ สถานที่หลังนี้กลายเป็นสกีรีสอร์ทในปัจจุบัน
ส่วนสถานที่แรกเป็นแหล่งบ่อน้ำร้อน อุณหภูมิต่ำประมาณ 37 องศาเซลเซียส เทียบกับบ่อน้ำร้อนบางแห่งที่อาจจะมีอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส แต่น้ำร้อนที่นี่มีคุณสมบัติรักษาโรคตาผู้สูงอายุได้ สถานที่พักสร้ างมาตั้งแต่สมัยเมจิ ทำให้ได้บรรยากาศโบราณว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร (รูปที่ 4) เส้นทางเดินป่าที่มิคุนิไคโคนี้ ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินป่าเลย แต่ก็ปลอดภัยและมีป้ายบอกทิศทางตลอดเส้นทาง แม้กระนั้นที่นี่ก็ยังมีรถประจำทางอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วย
ส่วนสถานที่พักบริเวณคิโซยินั้น มีหลากหลายลักษณะ ทั้งประเภทโบราณหรือสร้างใหม่ หรือผสมกัน แล้วแต่จะเลือก ที่พักส่วนใหญ่มีเว็บไซต์หรือรูปภาพให้ดูมากบ้างน้อยบ้าง อันเป็นข้อมูลที่จะใช้ตัดสินใจได้ สถานที่ตั้งที่มีระยะใกล้หรือไกลจากชุมชน ก็เป็นปัจจัยที่จะใช้ตัดสินใจเลือกที่พัก ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งในย่านคิโซยิคือ สถานีรถไฟไม่มีลิฟท์ในการขนย้ายกระเป๋าเดินทางระหว่างชานชาลา ทำให้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับกรณีที่ใช้กระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใหญ่ได้
ในการท่องเที่ยว นากาเซนโดนี้ ท่านใดที่ขาดการท่องเที่ยวความศิวิไล หรือการซื้อของไม่ได้ อาจสิ้นสุดทางการเดินทางได้ที่เมืองนาโกยา และบินกลับเมืองไทยจากสนามบินที่ได้เลย






