วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บินไทยควรตัดสิทธิประโยชน์ใคร?

ยังคงต้องออกแรงกันอีกยกใหญ่ สำหรับภารกิจลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้

  ของการบินไทยนับจากนี้ไป ส่วนจะสำเร็จหรือไม่อย่างไร อันนี้คงเป็นความท้าทายดีดีการบินไทยและทีมผู้บริหารนั่นแหละ จะทำกันอย่างไร?

แต่ที่แน่ๆตอนนี้ดูเหมือนเริ่มมีแรงกดดันมาจากคณะรัฐมนตรีอย่างหนัก กับการจัดการภายในการบินไทย ถึงขั้นมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาแบบเฉพาะจงเจาะเสียอย่างนั้น

 ล่าสุดเมื่อ 30 ตุลาคม 2558  ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานสารสนเทศ รักษาการตำแหน่งที่ปรึกษา ประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ถึงกับต้องส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ อ้างถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 27 ตุลาคม 2558   

ระบุให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาเสนอมาตรการปฏิรูปการบินไทย ทั้งในส่วนของมาตรการลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และการปรับปรุงระบบการดำเนินงาน โดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร รวมทั้งสิทธิประโยชน์ของผู้บริหาร และพนักงานระดับสูง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดทุนสะสมของบริษัท  และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจของบริษัท 

ให้กระทรวงคมนาคม เสนอมาตรการทั้งหมดให้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 30 วัน  

     ที่น่าคิดหนังสือฉบับนี้้ย้ำว่า“จึงเรียนยืนยันมาและขอได้โปรดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้อง”จากนั้นก็มีรายชื่อรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่ที่เด่นชัดและมีการระบุถึงนั่นคือ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย  

ดูเหมือนการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจครั้งนี้ เป้าหมายใหญ่อยู่ที่การบินไทยเสียอย่างนั้น จะไม่ให้เน้นการบินไทยได้อย่างไร ในเมื่อแผนลดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ยังไปคนละทิศคนละทาง แม้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด ยังรู้สึกผงะ เมื่อรู้ว่าต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้ 10% หรือ 1 หมื่นล้านบาท แต่ทำได้แค่ 2 พันล้านบาท อัตราการเติบโตของรายได้ก็ยังต่ำ ยังอยู่ในสภาพอาการน่าเป็นห่วง 

ไม่แปลกใจที่คณะรัฐมนตรีต้องเข้มและรีดไขมันส่วนเกินให้ได้ แม้กระทั่ง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังกล้าที่จะพูดออกมาเสียงดังๆ แทนผู้บริหารการบินไทยเสียด้วยซ้ำว่า โครงสร้างการดำเนินงานขององค์กรไม่สัมพันธ์กับบุคลากรและเนื้องานที่ทำอยู่ ถึงกับบอกว่า “หัวองค์กรยังโต” ระดับบนมีค่าใช้จ่ายสูง รับเงินเดือนมาก แต่ความรับผิดชอบน้อย  ฟังแล้วสะดุ้ง 

  ในอดีตสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการบินไทยดูเหมือนเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก จนทำให้ใครๆก็อยากที่จะเข้ามานั่งเป็นบอร์ด เรียกว่าได้ “สิทธิยันตาย” โดยเฉพาะตั๋วฟรี  แต่หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ในฐานะรองประธานคสช. ไปทบทวนสิทธิประโยชน์ของบอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง  เริ่มจากการบินไทย

มาวันนี้สิทธิประโยชน์ของบอร์ดการบินไทยเป็น “ศูนย์” โดยเฉพาะตั๋วฟรี หากเป็นเมื่อก่อนบอร์ดได้ตั๋วฟรีปีหนึ่งประมาณ 20 ใบ ต่างประเทศ 10 ใบ ในประเทศ 10 ใบ ที่นั่งต้อง First Class เท่านั้น เรียกว่าลูกเมียก็ใช้ได้ 

 วันนี้สิ่งที่ยังได้รับอยู่นั่นคือ เบี้ยประชุมที่ยังคงจ่ายให้อยู่ เป็นค่าตอบแทนกรรมการบอร์ดคนละ 50,000 บาทต่อเดือนทุกเดือน เบี้ยประชุมคนละ 30,000 บาทต่อเดือน  ประธานกรรมการได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการ 25% ส่วนรองประธานกรรมการได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการ 12.5%  

ขณะที่พนักงานการบินไทย ดูเหมือนยังรับกันแบบสบายๆ มีทั้ง ตั๋วฟรี ตั๋วส่วนลดราคา ขึ้นกับอายุงาน 10 ปีขึ้นไป เมื่อก่อนรับตั๋วฟรีถึงปีละ 8 ใบ ในประเทศ 4 ใบ ต่างประเทศ 4 ใบ มาวันนี้ลดเหลือครึ่งหนึ่ง แต่ยังได้รับสิทธิซื้อตั๋วลดราคาตั้งแต่ 10-50% ส่วนระดับผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไปต้อง First Class

แต่ที่ดูเหมือนรับกัน กระเป๋าตุง แต่ละเดือนเห็นทีจะเป็น“ค่ารถระดับบน” ว่ากันว่ารองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการต่างๆ รับกันถึงเดือนละ 75,000 บาท  ส่วนผู้อำนวยการใหญ่ระดับฝ่าย รับกันถึงเดือนละ70,000 บาท ผู้คนระดับนี้มีอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นหากจะเลือกลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ไม่เลวนัก  

เอา..รอบนี้หวยจะออกที่ระดับไหน อยู่ที่ว่าดีดีการบินไทยจะกล้าสักแค่ไหน?