อีกหนึ่งมาตรการความสำเร็จของอียูที่ผลักดันมาสักระยะ ตามไอเดียการปกป้องและคุ้มครองผู้บริโภค
และการมีระบบการสื่อสารโทรคมนาคมที่เปิดกว้าง เสรี และเป็นธรรม ได้แก่ การยกเลิกค่าบริการโทรศัพท์มือถือประเภท Roaming Charges ให้หมดไปภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2017
นั่นหมายถึงผู้บริโภคจะจ่ายค่าบริการโทรศัพท์มือถือแบบราคาเดียว สำหรับการโทร text หรือแม้แต่การใช้อินเทอร์เน็ตแบบ mobile data ไม่ว่าจะเดินทางไปใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไหน ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหรืออียู 28 ประเทศ ซึ่งแต่เดิมเครือข่ายโทรศัพท์มือถือคิดค่าบริการแบบ roaming แพงอยู่ไม่น้อยอันที่จริง อียูได้เริ่มออกกฎหมายบังคับให้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ มีการลดค่าบริการโทรศัพท์มือถือประเภท Roaming Charges มาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่าน โดยในปีหน้าคือปี 2016 ก็จะยิ่งลดราคาลงอีก คือ จะคิดราคาได้เพียง 0.05 ยูโร สำหรับการโทรออก และ 0.02 ยูโร สำหรับการส่ง SMS และ 0.05 ยูโรต่อ MB สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต (ราคานี้ ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ต่างกันในแต่ละประเทศ) ดูตามภาพของคณะกรรมาธิการยุโรป
ล่าสุด อียูได้ตกลงให้มีการยกเลิกค่าบริการโทรศัพท์มือถือประเภท Roaming Charges ในกลุ่มอียูให้หมดไปภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2017 ซึ่งได้ผ่านการลงมติเห็นชอบจากสภายุโรปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะทำให้แผนการดังกล่าวขออียูได้ปรับใช้แบบเป็นรูปธรรมในไม่ช้า น่าจะเรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการออกกฎหมาย จากระดับอียูที่ส่งผลประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง
มุ่งการเป็น Digital Single Market
อียู ไม่ได้เป็นเพียงตลาดร่วมหรือตลาดเดียวแบบ "Single Market" ของประเทศสมาชิก 28 ประเทศยุโรปที่เปิดเสรีระหว่างกัน แต่ยังมุ่งการเป็น Digital Single Market ของประเทศเหล่านั้นด้วย นั่นหมายถึงการลดอุปสรรคและเปิดโอกาสใหม่ๆ ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต ที่ได้เปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจและวิถีชีวิตของคนไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ และแผนการลดค่าโทรศัพท์มือถือแบบ roaming ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว
ในขณะที่การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเทอร์เน็ต และการออนไลน์ อาจเป็นกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะใช้เป็นเรื่องการติดตามข่าวสาร การสังสรรค์ การสร้างเครือข่าย ทั้งด้านการงานและสังคม แต่สำหรับคนอีกหลายกลุ่มอาจยังไม่ได้รู้จักหรือได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
สำหรับยุโรปแล้ว ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นเรื่องที่ตกขบวนไม่ได้ เพราะเฉพาะหากมองในเชิงพาณิชย์และเชิงธุรกิจแล้ว เศรษฐกิจดิจิทัลจะสามารถสร้างเงินและงานให้เศรษฐกิจยุโรปได้มหาศาล หากส่งเสริมได้ดีอย่างมีแบบแผน
เพื่อจะผลักดันการเดินหน้าตลาดร่วมยุโรป ให้เหมาะกับยุคแห่งดิจิทัล คณะกรรมาธิการยุโรปได้วางแผนยุทธศาสตร์ Digital Single Market ที่เชื่อว่าจะช่วยสร้างงานได้เป็นแสนๆ งาน และช่วยสร้างอนาคตเศรษฐกิจยุโรป อียูมุ่งเดินหน้า Digital Single Market ใน 3 ด้านหลักๆ คือ
1.การส่งเสริมให้สินค้าและบริการสามารถซื้อ-ขายผ่านออนไลน์ได้ดีขึ้น
ฟังดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้ว เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว ยุโรปเองยังต้องพัฒนาอีกเยอะในหลายด้านหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการส่งสินค้า (parcel delivering) ให้ราคาเหมาะสม (ไม่แพง) คุณภาพสูง และเอื้อกับการส่งสินค้าที่สั่งออนไลน์ให้ครอบคลุมแบบ cross-border ทั่วยุโรป ซึ่งจากการทำการสำรวจ ทราบว่า 62% ของบริษัทที่ต้องการซื้อ-ขายออนไลน์แจ้งว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการส่งสินค้าเป็นปัญหาหลัก
นั่นหมายถึงการพัฒนาระบบ E-Commerce ที่ดำเนินการง่ายขึ้นและนิยมใช้กันมากขึ้นแบบทั่วยุโรป โดยเฉพาะสำหรับบริษัทขนาดกลางและตลาดย่อมหรือ SMEs ณ ปัจจุบันมีเพียงผู้บริโภค 15% ที่ซื้อของออนไลน์จากประเทศยุโรปอีกประเทศหนึ่ง ที่ไม่ใช่ประเทศของตน ในขณะเดียวกัน การส่งเสริมการปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะ copy right และส่งเสริมให้มีระบบการเก็บและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ง่ายขึ้น ก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยทั้งหมดนี้อียูเร่งแก้กฎหมายและออกกฎหมายใหม่ๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวไปปี 2016
2.การมีระบบและบรรยากาศที่เอื้อให้เครือข่ายและบริการดิจิทัลเติบโตได้ดี ซึ่งหมายถึงการมีกฎเกณฑ์ด้านโทรคมนาคมที่เอื้ออำนวย แข็งแกร่ง และเปิดเสรีในยุโรป ซึ่งรวมถึงการ มี Online platforms อาทิ search engines, social media, e-commerce platforms, app stores, and price comparison websites ที่มีประสิทธิภาพและเสรี แต่มีการควบคุมในระดับที่เหมาะสม
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นในระบบออนไลน์ โดยเน้นเรื่องการปกป้องข้อมูลส่วนตัว จากการสำรวจแจ้งว่า 72% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยุโรป มีความห่วงกังวลเกี่ยวกับการที่ข้อมูลส่วนตัวของตนอาจถูกนำไปใช้ อียูจึงได้ออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับปกป้องข้อมูล (Data Protection Regulation) เพื่อมุ่งป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในอินเทอร์เน็ต และเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่อง ePrivacy และ cybersecurity ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหม่ๆ ที่ภาครัฐต้องคอยจับตาและควบคุมดูแล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเกิดเสรีและบริการด้านโทรคมนาคม
3.การใช้เครือข่ายดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
จะเห็นได้ว่า การกำหนดเป้าหมายของยุโรปเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่แค่เรื่องการส่งเสริมการค้าขายแบบออนไลน์ แต่เป็นการมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั้งระบบ ให้สามารถเจริญเติบโตจากระบบสาธารณูปโภค ICT ที่พัฒนาเป็นพื้นฐานดังกล่าวด้วย จึงหมายถึงการวิจัยและพัฒนาที่จะช่วยให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ของยุโรป หันมาพัฒนาและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบอุตสาหกรรมที่ชาญฉลาดมากขึ้น ทำกำไรมากขึ้น
--------
ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรปสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรป www.access-europe.eu หรือติดตามได้ที่ www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd









