จะบอกว่าเป็นการสร้างภาพก็ได้ หรือจะวิเคราะห์ว่า ผู้นำจีนกับอังกฤษ
ต้องการจะหลบไปคุยกันเงียบ ๆ สองต่อสองก็ไม่ผิด
แต่การที่ เดวิด แคมารอน พา สีจิ้นผิง เข้าจิบเบียร์และกิน fish & chip ในผับอังกฤษใกล้ๆ เมือง Chequers ก่อนจะสิ้นสุดการเยือนของผู้นำจีนไปอังกฤษก็ย่อมจะต้องเป็นข่าวไปทั่วโลก เพราะเท่ากับว่าทั้งสองต้องการจะให้มีภาพของ “ความสัมพันธ์เชิงลึก” มากกว่าเพียงการประชุมทางการและออกแถลงการณ์เท่านั้น
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไปเยือนอังกฤษ 4 วันอย่างเป็นทางการรอบนี้ ต้องการจะสร้างกระแสของความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ
และเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนเริ่มจะใช้วิธีการแบบตะวันตก ในการพบปะสังสรรค์แบบกันเองในเวทีสากล และจงใจให้ภาพและข่าวของการ “จิบเบียร์ในผับ” นี้ออกไปทั่วโลกอย่างกว้างขวางด้วย
เพราะตอนที่สีจิ้นผิงไปเยือนประธานาธิบดีบารัก โอบามา ก่อนหน้านี้เล็กน้อย ไม่มีภาพของความสนิทสนมกันอย่างนี้ให้เห็น
อีกทั้งเมื่อผู้นำจีนบอกว่าอังกฤษเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุดในโลกซีกตะวันตกของจีน” และท้าวความถึงความผูกพันลุ่มลึกในอดีตด้วย ก็ยิ่งตอกย้ำว่าปักกิ่งกำลังแสวงหาพันธมิตรรูปแบบใหม่ในบรรยากาศแบบใหม่
ทุกคำแถลงการณ์ของจีนในช่วงหลังจึงเน้นคำว่า “ศตวรรษที่ 21” ไม่ว่าจะเป็น “เส้นทางสายไหมยุคใหม่” หรือคำประกาศร่วมกับอังกฤษล่าสุดที่มีชื่อทางการยาวเหยียดว่า
“Declaration on Building a Global Comprehensive Strategic Partnership for the 21st Century.”
อันหมายถึงการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กัน
แต่คำแถลงการณ์ทางการเป็นเพียงเรื่องพิธีกรรมเท่านั้น สีจิ้นผิงต้องการจะบอกชาวโลก ว่าจีนกำลังจะคบหาผู้นำประเทศอื่นในฐานะ “เพื่อนส่วนตัว” ด้วย
เราจึงเห็นภาพ “เที่ยวผับจิบเบียร์” ที่อังกฤษซึ่งผมเชื่อว่าเป็นเพียงก้าวแรกของประเพณีอย่างนี้ และเราจะได้เห็นกิจกรรมลักษณะนี้ต่อไปอีก
เพราะการทูตยุคใหม่ กำลังเคลื่อนเข้าสู่การกระชับมิตรด้วยความผูกพันส่วนตัว เพื่อเพิ่มพูนความลุ่มลึกของความสัมพันธ์นอกเหนือคำปฏิญญาณต่าง ๆ
แต่คำประกาศร่วมชื่อยาว ๆ นี้มีเนื้อหาที่สำคัญที่จะต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งต่อไป เพราะมีตั้งแต่ความร่วมมือของจีนกับอังกฤษเพื่อให้เงินสกุลหยวนมีบทบาทในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น
รวมไปถึงความร่วมมือของจีนกับสหภาพยุโรปในเรื่องการค้าเสรี ความมั่นคงด้านไซเบอร์ตลอดไปถึงเรื่องของสภาวะ “โลกร้อน” ที่กำลังคุกคามทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น
ที่น่าสนใจไม่น้อยคือข้อตกลงร่วม ในโครงการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อป้อนไฟฟ้าให้กับคนอังกฤษไม่น้อยกว่า 6 ล้านครัวเรือนและสร้างงานอย่างน้อย 25,000 ตำแหน่งโดยที่ฝ่ายจีนจะถือหุ้น 33%
เมื่ออังกฤษกับจีนจับมือกันคุยเรื่องสร้างรถไฟความเร็วสูง ก็กลายเป็นประเด็นน่าทึ่ง เพราะอังกฤษคือผู้ผลิตหัวรถจักรไอน้ำที่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” แต่วันนี้จีนกำลังจะเอาเทคโนโลยีสร้างรถไฟความเร็วสูงไปที่นั่น
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะสร้างพันธมิตรในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพราะจีนมีโครงการ “One Belt, One Road” ขณะที่อังกฤษมี National Infrastructure และ Northern Powerhouse
สีจิ้นผิงไปเยี่ยมเยียน “สถาบันขงจื้อ” ซึ่งสอนภาษาจีนในอังกฤษ เพื่อเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนภาษาซึ่งกัน และเพื่อกระชับความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชน มิใช่เพียงแค่รัฐบาลกับรัฐบาลเท่านั้น
การเยือนที่เริ่มด้วยงานเลี้ยงอลังการในราชวัง Buckingham และจบลงด้วยการจิบเบียร์ในผับชนบทของสีจิ้นผิง กำลังจะถูกบันทึกเป็นอีกตำนานหนึ่งของการทูตจีนสมัยใหม่ ที่จะวัดความสำเร็จมากหรือน้อยจากการลงมือทำตามคำประกาศร่วมเท่านั้น
แต่ที่ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริงก็คือการทูตแบบจีนในศตวรรษที่ 21 ที่มีสีสันและลีลาแหวกแนวจากประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีนทีเดียว








