วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรื่องวุ่นๆ 2 รัฐวิสาหกิจ

เห็นการฟื้นฟูองค์กรอย่างการบินไทยที่ ทวีศักดิ์ กออนันตกูล

 ในฐานะคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจหรือ ซูเปอร์บอร์ด ออกมาให้ข้อคิดเห็นบอกได้เลย “น่าห่วง” เป็นอีกองค์กรหนึ่ง  ดูเหมือนแผนปฏิรูปยังห่างไกลความจริง ถึงขั้นที่ซูเปอร์บอร์ดเอ่ยปาก ทำนองน่าห่วงและอยู่ในขั้นวิกฤติ จำเป็นต้องให้บอร์ดการบินไทยและฝ่ายบริหารเร่งสปีดการจัดการให้เป็นไปตามแผน ที่น่าห่วงหนักผลประกอบการที่ยังขาดทุนอยู่

 องค์กรอย่างการบินไทยที่อะไรๆ ก็ฝังรากมานาน จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ  ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะนำพาองค์กรนี้ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ยิ่งเป็นคนนอกเข้าไปบริหารยิ่งยากหนัก อย่าได้คิดว่าคนนั้นไม่ทำ คนนี้ไม่ทำ หากมีการจัดการดียังเชื่อว่าความร่วมมือภายในองค์กรยังพอหาได้  

แต่หากยึดหลักปลดคนนั้นย้ายคนนี้ ถามหาความร่วมมือก็น่าจะยากขึ้น ที่ผ่านมาก็เห็นมีโยกย้ายอยู่พอสมควร แต่เอาเถอะ..หากทำแล้วได้รับความร่วมมือก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องระวังจะกลายเป็นองค์กรที่อยู่ในสภาพ“เกียร์ว่าง”ก็เป็นได้ 

ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ก็ต้องยอมรับการแข่งขันมันสูง แต่ทำไมสายการบินอื่น เขาถึงสามารถบริหารจัดการอยู่ได้ ทั้งๆที่ต้องเผชิญกับภาวะเดียวกัน 

วันนี้ถือว่าโชคดีที่ราคาน้ำมันลดลงมามาก แต่การบินไทยกลับไม่ได้รับโชคจากส่วนนี้สักเท่าไหร่ 

 จริงๆ การบินไทยน่าจะมีการสำรวจบ้างทำไม? วันนี้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ ถึงไม่ใช้บริการของการบินไทย ทำไมหันไปใช้สายการบินอื่น ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง มีคนบ่นกันมากมายเวลาจองซื้อตั๋วการบินไทย สิ่งที่ได้รับ“ตั๋วเต็ม” แล้วมันเต็มจริงหรือ 

มีผู้ใหญ่หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันกับการจองตั๋วการบินไทย ฝ่ายบริหารควรเข้าไปตรวจสอบดูบ้างก็น่าจะดี

ประเด็นถัดมาอาหารบนเครื่องมีเสียงบ่นกันไม่น้อย ทั้งหมดนี้คือการบริการ จริงๆถ้าฝ่ายบริหารหันมาดูเรื่องบริการ ราคาตั๋วบ้าง บางทีอาจจะทำให้รายได้ดีขึ้นบ้างก็เป็นได้  แต่หากหมกมุ่นอยู่กับปัญหาเดิมๆ ภายใน มีหวังไปไม่รอด บอกได้เลยคนในการบินไทยไม่ธรรมดา 

ฉะนั้นการแก้ปัญหาการบินไทยจำเป็นต้องร่วมมือทุกภาคส่วนตั้งแต่บอร์ด ฝ่ายบริหาร แม้กระทั่งพนักงานทุกระดับชั้น  

หันมาที่รัฐวิสาหกิจอย่างปตท. วันนี้ความวุ่นวายยังไม่จบสิ้น โดยเฉพาะประเด็นร้อนๆที่กำลังจะกลายเป็น“มหากาพย์” กับปาล์มเจ้าปัญหา ที่อุตส่าห์มองหาลู่ทางการลงทุนในอินโดนีเซีย เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว จนกลายมาเป็นสงครามการฟ้องร้องซะอย่างนั้น มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

ช่วงหลังๆ เห็น นิพิฐ อิศรางกูรณ อยุธยา ออกมาใส่หมัดตรงกับปมการขายสวนปาล์มอยู่เกือบทุกสัปดาห์ เรียกว่าใส่เต็มๆ แต่ทำไมฝ่ายบริหารหรือบอร์ดปตท. ถึงนิ่งเฉย  หรือว่าข้อมูลที่ นิพิฐ ปูดออกมานั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เชื่อเถอะวันนี้สังคมส่วนใหญ่เชื่อกันไปแล้ว ยังมีความเชื่อว่า นิพิฐ คงจะทยอยปล่อยหมัดเด็ดออกมาเรื่อยๆไม่จบง่ายๆ เป้าหมายใหญ่“เสี่ยพ.และผู้เกี่ยวข้อง” ยังไงต้องคอยติดตามดูกันต่อไป 

แต่ที่แน่ๆตอนนี้แว่วๆ มาว่า ตอนนี้บอร์ดปตท.ถึงสั่งการฝ่ายกฎหมายของปตท.จัดเตรียมข้อมูล ความพร้อมขั้นตอนทั้งการซื้อและการขายสวนปาล์มออกไป ฟังแล้วงงๆ ไม่แน่ใจว่าทั้งหมดที่ผ่านมาฝ่ายกฎหมายได้เข้ามาเกี่ยวข้องสักเท่าไหร่  

หากมีการชี้แจงอย่างไรเสียก็ต้องอธิบายให้ชัดเจน ทั้งการซื้อและการขายสวนปาล์ม ยิ่งขายขาดทุนก็ต้องยิ่งอธิบายหนัก อย่าคิดว่าเรื่องนี้เงียบๆ แล้วจะหายไป ยังไงสังคมยังข้องใจอยู่ 

แต่หากจะให้เข้าใจและกระจ่างมากขึ้น เรื่องนี้ฝ่ายบริหารหรือบอร์ดปตท.ควรทำหน้าที่ชี้แจงเองแบบเปิดเผย เพื่อสร้างความกระจ่าง  

ไม่ใช่ให้ฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจการเพื่อสังคมปตท. คอยส่งเอกสารชี้แจงในประเด็นสวนทาง กับสิ่งที่อยากจะรู้เหมือนที่ผ่านมา ...