ในการรับฟังความเห็นของประชาชน จากเวทีปฏิรูปและความเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคคลทั่วไปของคณะกรรมาธิการ
วิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียงของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีสามประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ และเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะมาอย่างมากมายคือ ประเด็นปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ประเด็นปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และประเด็นปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งทั้งสามประเด็นนี้มีความเห็นประมาณร้อยละยี่สิบของความเห็นทั้งประเทศ หรือประมาณเกือบสองหมื่นความเห็น จากทั้งหมดประมาณแปดหมื่นความเห็นซึ่งนับว่าไม่น้อยเลย
การรับฟังความเห็นของประชาชนที่น่าสนใจอีกบริบทหนึ่งคือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมเวทีสัมมนาได้รวมกันเป็นกลุ่มที่ตนเองสนใจที่เรียกว่า การระดมสมองระดับกลุ่มหรือโฟกัสกรุ๊ป (Focus Group) โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการที่ประชุมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นผู้จดบันทึกความเห็นของแต่ละกลุ่ม หลังจากที่ได้แสดงความคิดเห็นระหว่างกันจนได้เป็นข้อสรุปและถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 สามประเด็นหลักข้างต้นที่มีการบันทึกสรุปผลจากการระดมสมองระดับกลุ่ม (Focus Group) สามารถสรุปได้ดังนี้
ในประเด็นปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นนั้น พบว่า มีความเห็นและข้อเสนอแนะรวมทั้งสิ้น 3,361 ความเห็น โดยสามารถเรียงลำดับจากจำนวนความเห็นมากสุดลงไปน้อยสุดห้าอันดับแรก คิดเป็นร้อยละ 70.84 ของทั้งหมด ประกอบด้วย การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและบุคลากร จำนวน 599 ความเห็น การปรับโครงสร้างราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน 520 ความเห็น การกระจายอำนาจสู่ส่วนท้องถิ่น จำนวน 469 ความเห็น การปฏิรูประบบและกระบวนการ จำนวน 403 ความเห็น และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม จำนวน 390 ความเห็น
ในประเด็นการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่ามีความเห็นและข้อเสนอแนะรวมทั้งสิ้น 2,744 ความเห็น สามารถเรียงลำดับจากจำนวนความเห็นมากสุดถึงน้อยสุดห้าอันดับแรก คิดเป็นร้อยละ 54.99 ของทั้งหมด ประกอบด้วยเรื่องโครงสร้างองค์กรและบุคลากร จำนวน 389 ความเห็น เรื่องระบบและกระบวนการ จำนวน 328 ความเห็น เรื่องบทบาทภารกิจอำนาจหน้าที่ของภาครัฐ จำนวน 321 ความเห็น เรื่องการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลจำนวน 278 ความเห็น และเรื่องจริยธรรม จำนวน 193 ความเห็น
ในประเด็นปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พบว่ามีความเห็นและข้อเสนอแนะจากการระดมสมองระดับกลุ่มรวมทั้งสิ้น 3,252 ความเห็น สามารถเรียงลำดับจำนวนความเห็นจากมากสุดถึงน้อยสุดห้าอันดับแรก คิดเป็นร้อยละ 70.84 ของความเห็นทั้งหมด ประกอบด้วยเรื่องการพัฒนากฎหมาย จำนวน 777 ความเห็น เรื่องกฎหมายทั้งหลาย จำนวน 733 ความเห็น เรื่องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักจำนวน 293 ความเห็น เรื่องระบบอำนวยความยุติธรรมจำนวน 289 ความเห็น และเรื่องกฎหมายล้าสมัยจำนวน 212 ความเห็น
แม้ว่าความเห็นและข้อเสนอแนะมีความหลากหลาย แต่ก็สามารถสรุปในภาพรวมได้ว่าประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาซึ่งความเห็นว่า ถ้าจะต้องมีการปฏิรูปในระดับท้องถิ่น ควรจะมีเรื่องอะไรบ้างที่จะถือว่าเป็นปฏิรูปอย่างแท้จริง
การบริหารราชการของประเทศไทยยังมีลักษณะการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ หน่วยงานหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ยังไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะบริหารจัดการตัวเองได้ อีกทั้งหัวใจหลักของการบริหารจัดการคือ เรื่องของงบประมาณที่ท้องถิ่นยังไม่สามารถจัดเก็บรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงตัวเอง ยังต้องขอรับจากส่วนกลางโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละเจ็ดสิบของงบประมาณทั้งหมดที่ต้องใช้ การที่ส่วนท้องถิ่นยังต้องพึ่งงบประมาณจากส่วนกลาง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การบริหารส่วนท้องถิ่นยังไม่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการตัวเองให้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
เรื่องสำคัญของการบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นอีกเรื่องหนึ่งคือ การสร้างระบบของกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นที่ยังไม่ได้รับการปฏิรูปมากพอ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากทุกท้องที่ไม่สามารถหาข้อยุติจากระบบยุติธรรมในท้องถิ่นได้ จึงเกือบจะเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนจะรวมตัวกันขอเข้าพบศูนย์รวมแห่งอำนาจในส่วนกลาง ไม่ว่าจะขอพบรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบ หรือแม้แต่ขอพบนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา หรือประธานองค์กรอิสระ ที่มีบทบาทหน้าที่ให้ความยุติธรรมกับประชาชนในด้านต่างๆ นั่นแสดงว่าระบบกระบวนการยุติธรรมท้องถิ่นไม่สามารถตอบสนองความต้องการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ จึงมุ่งสู่ศูนย์อำนาจที่ส่วนกลางเพื่อขอความยุติธรรมที่ส่วนท้องถิ่นไม่สามารถตอบสนองได้
เพื่อให้กระบวนการบริหารจัดการท้องถิ่นสามารถตอบสนองต่อประชาชนได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงมีความเห็นสมควรได้รับการปฏิรูปอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับหัวหน้าส่วนราชการสูงสุดคือผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา อัยการ และตำรวจ ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่น โดยปรับรูปแบบและบทบาทใหม่ให้เป็นการเลือกตั้งหรือการได้มาซึ่ง “ผู้ว่าการจังหวัด” (Governor / Chief Provincial Officer) การเลือกตั้งหรือการได้มาซึ่ง “หัวหน้าคณะผู้รักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของท้องถิ่น” (Provincial Police Commissioner) การเลือกตั้งหรือการได้มาซึ่ง “หัวหน้าตุลาการเพื่อความยุติธรรมในท้องถิ่น” (Chief Justice of the Peace) และการเลือกตั้งหรือการได้มาซึ่ง “หัวหน้าอัยการท้องถิ่น” (District Attorney / Chief Provincial Prosecutor) เหตุผลก็คือ งานด้านการรักษาความยุติธรรมในระดับท้องถิ่น จะมีทั้งส่วนที่เป็นภาคสาธารณะและภาคเอกชน และทั้งสองส่วนจำเป็นต้องมีความสอดคล้องในการให้ความยุติธรรมกับประชาชนในท้องถิ่น และถ้ากระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นสามารถบรรลุความสำเร็จ ก็จะเป็นการลดข้อพิพาท ความขัดแย้ง คดีความทั้งหลายมิให้ขึ้นมาที่ส่วนกลางทั้งหมด และเป็นแก้ปัญหาการให้ความยุติธรรมที่ล่าช้า คดีความค้างศาล และกระบวนการที่ยืดยาว เพราะเหตุต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของระบบราชการ การปฏิรูประบบยุติธรรมส่วนท้องถิ่นจึงน่าจะได้รับการพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง






