วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝรั่งซื้อหุ้นไทย แค่ 'ค้างคืน' หรือ 'นอนยาว'

นับตั้งแต่ “นักลงทุนต่างชาติ” ทยอยโยกเงินออกจากตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นเอเชีย

 ในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อย เริ่มทำกำไรจากตลาดหุ้นได้ยากมากขึ้น

โดยเงินลงทุนดังกล่าวถูกย้ายไปแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าในภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หลังตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายตัว ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เริ่มฟื้นตัว เช่น ตัวเลขจีดีพีที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งมาอยู่ที่ระดับ 3.7% บวก 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นต้น

ทว่า เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน เกิดกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป จากเดือนธ.ค.2558  เป็นเดือนมี.ค.2559

หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มขึ้นเพียง 1.42 แสนตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2 แสนตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานของสหรัฐยังอยู่ในระดับทรงตัว 5.1% ประกอบกับ เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มอ่อนแอ โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุ่น

จากพฤติกรรมการซื้อกลับของต่างชาติรอบนี้ ดูเหมือนไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้นักลงทุนมากนัก เพราะหลายรายยังแน่ใจว่า เงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยครั้งนี้จะมาแค่ช่วงสั้นๆหรืออยู่ยาว โดยในวันที่ 12 -13 ต.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติเริ่มซื้อลดลงเหลือแค่ 800 ล้านบาท และขายออก 80 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ หากย้อนดูพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติจะพบว่า ในช่วงที่เฟดยังแสดงท่าทีอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนต.ค.นี้ นักลงทุนต่างชาติได้ทยอยขายหุ้นไทยและเอเซียอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะทยอยซื้อกลับเฉลี่ยวันละ “ร้อยกว่าล้านบาท” แต่นับตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ทยอยซื้อหุ้นไทยเฉลี่ย “หลักพันล้านบาท” ต่อวัน ส่งผลให้เมื่อวันที่ 10 ต.ค.เงินบาทแข็งค่าขึ้นมายืนระดับ 35.70 บาทต่อดอลลาร์

“เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง” เซียนหุ้นเทคนิค เจ้าของพอร์ตหลายพันล้าน แสดงความเห็นว่า ก่อนนักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยวันละพันกว่าล้านบาท หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวพร้อมใจกันปรับลดลง บางตัวซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น

การที่ต่างชาติขายหุ้นไทยออกในช่วงก่อนหน้านี้ ได้ส่งผลให้นักลงทุนแนวเทคนิคอย่างผม “ทำกำไรได้ค่อนข้างลำบาก” ไม่เหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฉะนั้นเมื่อสถานการณ์ผันผวนเช่นนี้ ทำให้ต้องปรับลดการลงทุนใหม่ จากเดิมที่ใส่เงินลงทุนมากถึง 50% ปัจจุบันใช้เงินเล่นหุ้นแค่ 30% เท่านั้น

หากถามว่า ต่างชาติกลับมาเช่นนี้ ได้เวลาซื้อหุ้นขนาดใหญ่แล้วใช่หรือไม่ ส่วนตัวอยากให้นักลงทุนพิจารณาข้อมูลต่างๆให้รอบด้าน แม้โบรกเกอร์จะเริ่มเชียร์ให้ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะดีทุกตัว เพราะบางตัวก็มีเรื่องต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เท่าที่สำรวจพบว่า หลายโบรกเกอร์ออกมาเชียร์ให้ซื้อ “หุ้นกลุ่มพลังงาน และสื่อสาร” ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ปตท.หรือ PTT และหุ้น แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC ก่อนหน้านี้หุ้น ปตท.ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น

ที่สำคัญเราไม่รู้ว่า “ฝรั่งมารอบนี้ มาจริงหรือมาหลอก มาแล้วจะออกเร็วอีกหรือไม่ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวต้องดูยาวๆ”

“แม้หุ้น ADVANC จะได้รับประโยชน์ จากการประมูลโครงข่าย 4 จี แต่การที่บริษัทอาจต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียประโยชน์ให้กับบมจ.ทีโอที มูลค่า 7 หมื่นล้านบาท จากกรณีที่ได้มีการแก้ไขสัญญาต่างๆ ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ AIS ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักเทคนิคอย่างผมไม่ค่อยกล้าซื้อเยอะ”

เมื่อยังไม่แน่ใจว่า การกลับมารอบนี้ของฝรั่งจะใช่ของจริงหรือไม่ นักลงทุนควรหันไปสำรวจหุ้นที่จะได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยจะดีกว่า 

โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์,ก่อสร้าง,พลังงาน,สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์

......................................

[email protected]