วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮันนีมูน 10 ปี สี จิ้นผิง กับ ปักกึนเฮ

วันที่ 3 กันยายน 2015 เป็นวันรำลึกถึงวาระครบรอบ 70 ปี ของชัยชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและฟาสซิสต์ในกรุงปักกิ่ง

 ประธานาธิบดีปักกึนเฮเดินอยู่ในแถวหน้าพร้อมๆ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีปูติน นำหน้าบุคคลสำคัญต่างๆ จากต่างประเทศ ไปจนถึงที่นั่งชมเหนือประตูเทียนอันเหมิน การแต่งกายด้วยเสื้อนอกสีเหลืองสดใส โดดเด่นขึ้นมาด้วยพรมสีแดงสด ผู้คนที่เห็นแล้ว นึกไปถึงธงชาติจีนพื้นแดงกับดาวสีเหลือง คงมีเป็นจำนวนไม่น้อย สี จิ้นผิง ให้การต้อนรับเป็นพิเศษต่อปักกึนเฮ ซึ่งไม่สนใจต่อความกังวลของญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา และหันมาหาจีน

ในปี 1954 อันเป็นเวลาภายหลังสงครามเกาหลียุติลง 1 ปี ผู้ที่ยืนเคียงข้าง เหมา เจ๋อตง ในการสวนสนามของทหาร ในโอกาสเฉลิมฉลองการจัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ 5 ปี ก็คือ คิม อิลซุง (นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น) ในครั้งนี้ ณ สถานที่เดียวกัน ผู้ที่ยืนอยู่อันดับ 2 ทางขวามือ ของ สีจิ้นผิง ก็คือ ปักกึนเฮ จากสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นคู่สงครามกับฝั่งจีนและเกาหลีเหนือ ในสงครามเกาหลีนั่นเอง แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของคิม จ็องอึน หลานคิมอิลซุง ซึ่งเป็นเลขานุการลำดับ 1 แชเลียงเฮ ผู้ซึ่งมีพ่ออยู่ในกลุ่มต่อต้านญี่ปุ่น และเป็นเลขานุการพรรคแรงงานโชซอน แต่ไม่ได้อยู่ในระดับผู้นำ จึงได้ที่นั่งที่ห่างไกลจาก สี จิ้นผิง ออกไป

การประชุมระหว่างผู้นำจีนเกาหลีในวันที่ 2 ใช้วิธีแปลสดในขณะเจรจากัน และ สี จิ้นผิง ได้จัดเลี้ยงอาหารเที่ยงแก่ปักกึนเฮโดยเฉพาะภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ยังนั่งหันหน้าเข้าหาปักกึนเฮด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันรับรองคณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ ภายหลังพิธีในวันที่ 3 นั้น ปักกึนเฮก็ได้รับห้องพักคอยที่จัดให้โดยเฉพาะ      

การพบปะของทั้งสองฝ่ายที่สร้างความรู้สึกแก่ผู้คน ในและต่างประเทศถึงฮันนีมูนระหว่างจีนและเกาหลีนั้น อาจย้อนหลังไปได้ถึง 10 ปีก่อนหน้านี้

 เมื่อสี จินผิง เยือนเกาหลีในปี 2005 ด้วยฐานะของผู้ว่การมณฑลเจ๋อเจียงได้ขอเข้าพบกับปักกึนเฮ โดยหวังว่าจะทำการศึกษา “เซมาอูลอุนดง”ซึ่งเป็นสิ่งที่อดีตประธานาธิบดีบักจุงฮี คุณพ่อ ของปักกึนเฮได้เริ่มต้นไว้ในทศวรรษที่ 1970 อันเป็นโครงการสร้างหมู่บ้านชาวนาให้ทันสมัย และเป็นสิ่งที่สนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตั้งแต่นั้นมา

ปักกึนเฮซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคฮันนาราในขณะนั้นได้ตอบปฏิเสธไป ทั้งนี้ ก็ด้วยเห็นว่าฐานะของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด ไม่สมศักดิ์ศรีกับหัวหน้าของรัฐบาลท้องถิ่น นอกเหนือไปจากกำหนดการที่จะเยือนส่วนท้องถิ่นเป็นการเฉพาะ ผู้เกี่ยวข้องในพรรคที่รู้เรื่องจีนดี ได้สอบถามความเป็นไปจากผู้ที่ใกล้ชิดกับ สี จิ้นผิง แล้วให้คำแนะนำว่า “เป็นบุคคลที่มีโอกาสเป็นประธานาธิบดีต่อจากประธานาธิบดีหูจิ่นเทามากที่สุด แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดการของฝ่ายเราเอง ก็ยังต้องพบให้ได้”ปักกึนเฮรับฟังและให้การต้อนรับถึงขั้นที่เตรียมเลี้ยงอาหารเที่ยงด้วย

ปักกึนเฮเป็นผู้ที่ชื่นชอบหนังสือจีนและเพลงจีน และก็ยังเป็นผู้ที่รู้ภาษาจีน โดยการศึกษาด้วยตนเอง ที่ร้านอาหารจีนในกรุงโซล เธอใช้เวลาพูดคัยกับ สี จิ้นผิง ตั้งแต่ “เซมาอูลอุนดง” ไปจนถึงสถานการณ์เกาหลีเหนือ เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แม้เมื่อ สี จิ้นผิง จะกลับจีนไปแล้ว ปักกึนเฮก็ยังส่งเอกสารเกี่ยวกับ “เซมาอุูลอุนดง” ตามไปให้ถึงสองกล่องกระดาษใหญ่

เมื่อปลายเดือนมกราคม สี จิ้นผิง ได้ส่งจดหมายอวยพรเนื่องในวันเกิด (2 กุมภาพันธ์) ของ ปักกึนเฮ พร้อมด้วยใจความตอนหนึ่งว่า“มาใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เกาหลี-จีนกันเถอะ” ตั้งแต่ปักกึนเฮอวยพรวันเกิดครบรอบ 60 ปีของ สี จิ้นผิง เมื่อปี 2013 เป็นต้นมา ทั้งสองฝ่ายก็ส่งจดหมายถึงกันและกันเสมอมา ในปี 2013 ปักกึนเฮ เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำการเยือนจีนก่อนญี่ปุ่น ในปีต่อมา สี จิ้นผิง ได้เยือนเกาหลีโดยที่ไม่ได้เหยียบเกาหลีเหนือที่ว่ากันว่า “เป็นความสัมพันธ์สาบานร่วมสายเลือด”เลย

ผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลเกาหลีกล่าวว่า “ทั้งสองคนมีชีวิตที่คล้ายกันและความรู้สึกที่เหมือนกัน”ในขณะที่ถือกำเนิดมาในครอบครัวที่บิดามีตำแหน่งทางการเมืองในระดับสูง อย่างประธานาธิบดีและรองนายกรัฐมนตรี ชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น ปักกึนเฮมีบิดาที่ถูกลอบสังหาร และผู้ใกล้ชิดของบิดาต่างทะยอยหันหลังให้ ส่วน สี จิ้นผิง นั้น บิดาถูกวิพากษ์ในระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม (1996-76) ตัวเองในขณะนั้นเป็นนักเรียนมัธยม ก็มีชีวิตที่ลำบากแสนสาหัสจากนโยบาย “ปล่อยสู่ชนบท”ที่ส่งปัญญาชนจากตัวเมืองสู่ชนบทให้ไปใช้แรงงาน

หลังจากพิธีในกรุงปักกิ่งแล้ว  ปักกึนเฮเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมในพิธีเปิด “ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี” อีกคำรบหนึ่ง สำหรับสถานอันเป็นที่ทำการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพ ในระหว่างที่ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น เมื่อปีที่แล้วมีการก่อสร้างสถานที่ระลึกถึง อันจุง กุน ผู้ลอบสังหารอิโตฮิโรบุมิที่สถานีรถไฟฮาร์บิน ทางการจีนซึ่งยังไม่ได้ให้ความร่วมมือในตอนนั้น  ก็เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากที่ได้รับสัญญาณจาก สี จิ้นผิง ซึ่งได้รับการร้องขอจากปักกึนเฮ เมื่อมีเกาหลีเข้ามาร่วมด้วย การแบ่งแยกพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกา-เกาหลี ทางด้านการรักษาความมั่นคง และการสร้างความกังวลต่อญี่ปุ่นในปัญหาประวัติศาสตร์ก็เป็นไปได้ด้วยดี

อีกด้านหนึ่ง ปักกึนเฮ ก็รับรองกับ สี จิ้นผิง ที่ไม่เห็นด้วยกับการท้าทายในรูปแบบใดๆ ต่อเกาหลีเนือ ในขณะเดียวกัน ก็ได้รับสัญญาที่จะจัดการประชุมผู้นำญี่ปุ่น-จีน-เกาหลี ขึ้นในเดือนตุลาคม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่จีนเองก็ค่อนข้างระมัดระวัง ในการประชุมดังกล่าวเป็นที่คาดว่า จะมีการประชุมระหว่างผู้นำญี่ปุ่นเกาหลี กับนายกรัฐมนตรีอาเบะด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากในระหว่างการเยือนจีนนั้น ปักกึนเฮพยายามหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอาเบะโดยตรง อีกทั้งก็ไม่ได้ใช้คำว่า “ต่อต้านญี่ปุ่น”

สหรัฐอเมริกาได้ประกาศชัดต่อเกาหลีว่า “อย่าเอาจีนเข้ามาเกี่วข้องด้วย” ความสัมพันธ์ สี จิ้นผิง-ปักกึนเฮ ที่แนบแน่นมากขึ้น กำลังกลายเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อการต่างประเทศของญี่ปุ่นไปเสียแล้ว

------------------------------------

ที่มา:หนังสือพิมพ์นิฮอนเคอิไซชิมบุน ฉบับวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2015 หน้า 2