วันก่อนเห็นตำรวจ “ยกทีม” ออกมาแถลงข่าวคืบหน้า คดีระเบิดราชประสงค์และท่าน้ำสาทร
พร้อมกับการประกาศปิดศูนย์ติดตามความคืบหน้าของคสช. หลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการพร้อมใจกัน“ปิดคดี”... ประกาศความสำเร็จ เพราะได้ตัว“ชายเสื้อเหลือง”สมความตั้งใจ
000 แต่กลับกลายเป็นว่า...มีการเปิด“ตัวละคร”ใหม่ขึ้นมาอีกคน คือนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด...ในจุดที่ใช้“เก็บระเบิด” ถึง 2 ครั้ง คือที่สมานเมตตาแมนชั่น ปี2553 และที่มีนบุรี ปี2557
000 แล้วก็โยงว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เชื่อมไปถึงเหตุระเบิดทางการเมือง โยงต่อไปว่า“นายอ๊อด” เคยเป็นการ์ด“เสื้อแดง”ในระหว่างการชุมนุมการเมือง และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วถึง 8-9 ครั้ง...ฟังดูแล้วเสมือนว่าเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เป็น“นักก่อวินาศกรรม”ตัวยง
000 แต่พอไปพลิกแฟ้มคดีกลับกลายเป็นว่าในจำนวน 8 ครั้งที่ถูกจับกุม ตั้งแต่ปี2539 เป็นต้นมาเป็นข้อหา“ดมกาว” 2 ครั้ง มีและเสพยาบ้า 4 ครั้ง ผ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 ครั้ง และข้อหาเล่นพนันจับยี่กี โดนปรับไป 1,200 บาท อีก 1 ครั้ง...ทำให้ชวนสงสัยว่านายอ๊อด คนนี้มีศักยภาพมากแค่ไหนที่จะร่วมก่อเหตุระเบิด“กลางเมือง”
000 อีกเรื่องที่ต้องจับตาวันนี้...พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นัดประชุมคสช. เพื่อ“เคาะ”รายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน ที่ตอนนี้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ “กำ”รายชื่อเอาไว้ประมาณ 30 กว่าคน อาจเป็นการขอความคิดความเห็นก่อนจะตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้วเป็นอำนาจของหัวหน้าคสช.แต่เพียงผู้เดียว
000 ส่วนรายชื่อ กรธ. ที่เล็ดรอดออกมาในเบื้องต้นมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตสปช.และเป็นอดีตนายทหารพระธรรมนูญ รวมทั้งอดีตสปช.สายทหาร ทั้ง พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ และพล.ท.นิวัติ ศรีเพ็ญ
000 การพิจารณาคงจะใช้เวลาไม่มาก เพราะต้องเหลือเวลาติดต่อยืนยันกับคนที่ได้รับการ“คัดเลือก” และประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 5 ต.ค. ส่วนตัวประธานก็ไม่น่าจะพ้นไปจากนายมีชัย ฤชุพันธ์ ที่มีข่าวออกมาตกลงปลงใจตอบรับไปเป็นที่เรียบร้อย...และวันนี้นายมีชัย ก็จะเข้าร่วมการประชุมด้วยในฐานะที่ปรึกษาคสช.
000 งานนี้คนที่ปรากฎชื่อบางคนอย่าง พล.อ.เอกชัย ยังออกมาแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ที่น่าสนใจคือการออกมา“ชี้ชัด”ว่าคนที่เหมาะจะรับตำแหน่ง ต้องมีคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งคือรู้จักประสานประโยชน์และรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย...และเหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ต้อง“พัง”ลงก็เพราะไม่รับฟังความเห็นใครเลยนั่นเอง
000 วันที่ผ่านมาบรรดาข้าราชการระดับสูงที่ขยับสู่ตำแหน่งใหม่ เริ่มต้นทำงานกันเป็นวันแรก โดยเฉพาะเหล่าทัพมีการขยับขยายแทบทุกตำแหน่ง ที่น่าสนใจเพราะเป็น“ข่าว”มานาน คือเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบกของ พล.อ.ธีระชัย นาควานิช ที่ประกาศชัดไปแล้วว่าจะทำงานสนองนโยบายรัฐบาล
000 พล.อ.ธีรชัย จะต้องเป็นเลขาฯคสช.โดยตำแหน่ง และขณะเดียวกันมีข่าวว่าจะมีการ“ยก”หน้าที่ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยให้อีกตำแหน่งด้วย จากเดิมที่เคยเป็นหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่ 1 ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของส่วนงานนี้ก็คือการดูแล“ปรับทัศนคติ” และประสานกับแกนนำกลุ่มการเมือง...นั่นเอง !!!
.....................................
อัชชาวดี [email protected]






