วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่ายสินบนติดคุก

กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ปี 2558

 หลายมาตราว่าด้วยการจัดการคนโกง ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และยังเอาผิดไปถึงคนจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ อยู่ในมาตรา 123/5 "ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็น “บุคคล” ที่มีความเกี่ยวข้องกับ“นิติบุคคล” ใดและกระทำไปเพื่อประโยชน์ของ “นิติบุคคล” นั้น โดย“นิติบุคคล” ดังกล่าวไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดนั้น นิติบุคคลนั้นมีความผิดตามมาตรานี้ และต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่า แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ

“บุคคล” ที่มีความเกี่ยวข้องกับ“นิติบุคคล” ตามวรรคสอง ให้หมายความถึง “ลูกจ้าง” “ตัวแทน” “บริษัทในเครือ” หรือ“บุคคล” ใดซึ่งกระทำการเพื่อหรือในนามของ “นิติบุคคล” นั้น ไม่ว่าจะมีอำนาจหน้าที่ในการนั้นหรือไม่ก็ตาม

ภาษากฎหมายเข้าใจยาก อธิบายสั้นๆ คือ “หากบริษัท ห้างร้าน ไหนไม่ควบคุมภายใน ห้ามคนของตัวเองไม่ได้ แล้วเกิดจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้บริษัทนั้นได้รับงานภาครัฐ คนจ่ายสินบนต้องติดคุก ส่วนบริษัทต้องจ่ายชดเชยไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าความเสียหาย”

ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับ “นิติบุคคล” ในการป้องกันการทุจริต ตามมาตรา 123/5 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 มี ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนอื่นมาจากองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2558 วันที่ 23 กันยายน 2558 ให้แต่งตั้งคณะทำงานร่างแนวทางกำหนดมาตรการควบคุมภายใน ให้ภาคเอกชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้นิติบุคคล หาแนวทางควบคุมภายในป้องกันการจ่ายสินบน เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ไทย หรือต่างประเทศ

การกำหนดโทษ“ปรับ” เป็นไปเพื่อความเหมาะสม กับสภาพของนิติบุคคล เพราะจะนำเอาบริษัทห้างร้านไปรับโทษจำคุกนั้นทำไม่ได้ จึงต้องกำหนดอัตราโทษปรับจากค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่นิติบุคคลนั้นได้รับ

กรณีที่เป็นการให้สินบนในโครงการขนาดใหญ่ ย่อมโทษปรับหลายร้อยล้านบาท

มาตรการลงโทษทางการเงินนี้จะทำให้รัฐได้รับการเยียวยาความเสียหาย เพื่อเอาประโยชน์ที่นิติบุคคลไม่ควรได้กลับคืน และเพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดด้วย