วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรื่องที่ยังไม่ชัดของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีน

สัปดาห์นี้ผมเดินทางมาสัมมนาที่ลอนดอน แต่ขอเก็บเรื่องเล่าจากงานสัมมนาไว้ครั้งหน้า วันนี้ ผมจะเขียนสรุปเรื่องเศรษฐกิจจีนว่า

มีอะไรบ้างที่ตอนนี้อาจจะยังมองไม่ชัดเจน ดังนี้

ประการแรก ในขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่า แทบทุกคนกลับยังไม่แน่ใจว่า แท้ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจจีนเติบโตด้วยอัตราเท่าไรกันแน่ แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้ประเมินโดยใช้ดัชนีที่เป็นตัวเลขการใช้ไฟฟ้า การขนส่ง และดัชนีด้านอุตสาหกรรม แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าอยู่ที่เท่าไร เท่าที่ผมประเมินส่วนใหญ่จะให้อยู่ในช่วงร้อยละ 4-6

ประการที่สอง แม้จะค่อนข้างเป็นที่ชัดแล้วว่า รัฐบาลจีนทำการเปลี่ยนโมเดลการเติบโตทางเศรษฐกิจจากที่ใช้การลงทุนเป็นหัวหอก เปลี่ยนมาเป็นใช้การบริโภคแทน อย่างไรก็ดี กลไกจากจุดที่เศรษฐกิจจีนเติบโตโยงไปเชื่อมกับการเติบโตของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของจีนนั้น ตรงนี้ยังหาคำอธิบายที่ดีได้แบบค่อนข้างสมบูรณ์ไม่ได้ แม้ผมจะเห็นแนวทางการ Valuation ของนักการเงินของจีน แต่ผมก็ยังคิดว่าวิธีการคำอธิบายต่างๆ ที่มีอยู่ในตอนนี้ยังไม่เคลียร์เท่าที่ควร

ประการที่สาม ถึงตรงนี้ เรายังไม่ทราบเหตุผลทั้งหมดที่เกิดเงินทุนไหลออกจากจีนในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่อัตราดอกเบี้ยของจีนจะยังค่อนข้างสูง รวมถึงภาพรวมของศักยภาพของเศรษฐกิจจีนในระยะยาวก็ยังดีมาก แม้ในมุมหนึ่งที่สามารถอธิบายได้คือ แรงของการเก็งกำไรได้ทำให้เงินทุนไหลออกก็ตาม ทว่า สิ่งที่ทำให้จีนเสียมวยพอสมควรในช่วงกลางปีคือ การบริหารจัดการความผันผวนของตลาดหุ้น ที่ดูโฉ่งฉ่างจนกระทั่งแต้มต่อในประเด็นความน่าเชื่อถือของทางการจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ลดลงจากช่วงต้นปีเป็นอย่างมาก หากจะมองว่าเป็น Learning curve ของทางการจีนต่อบริหารเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่ปล่อยให้เงินทุนไหลเข้าออกเสรี ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการความไม่แน่นอนของระบบดังกล่าวในอนาคตสำหรับทางการจีน

ประการที่สี่ ข่าวดีอย่างหนึ่งที่จีนเองสามารถเบาใจได้ ในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเอง นั่นคือ การที่ดุลการค้าของจีนยังเกินดุลอยู่ในระดับติด Top 5 ของโลก ตรงนี้ถือว่าเทียบกับประเทศใหญ่ๆ ของโลก จีนเองยังถือว่ามีเงินใหม่ๆ มาหล่อเลี้ยงตลอด แถมยังมีถุงเงินในกระเป๋าตัวเองเป็นอันดับต้นๆของโลก อย่างไรก็ดี ในแง่ที่ลงลึกไปสู่ระดับรากหญ้า ถือว่ายังเป็นปริศนาอยู่พอสมควร เนื่องจากแทบจะไม่มีใครทราบถึงความเป็นไปของตลาดแรงงานของชาวจีนแบบชัดๆ ซึ่งทำให้การประเมินภาพรวมเศรษฐกิจจีนแบบสมบูรณ์ทำได้ยากมาก

ประการที่ห้า ในแง่ของตลาดหุ้นจีนตอนนี้ ฟองสบู่ที่ถูกสูบให้พองขึ้นมาในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนมิถุนายนปีนี้นั้น ได้ถูกเอาออกไปส่วนหนึ่งแล้ว สิ่งที่หลายท่านยังสงสัยอยู่คือ การลดลงของดัชนีตลาดหุ้นจีนแบบปรับฐานยังมีต่อไหม และในจังหวะเวลาใด ผมเองโดยส่วนตัวคิดว่า ระดับดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ประมาณ 2,000 ปลายๆ หรือ 3,000 ต้นๆ นั้น มีความสมเหตุสมผลพอสมควรสำหรับในปีนี้

ประการที่หก ณ ชั่วโมงนี้ คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เงินหยวนยังถือว่าค่อนข้างแข็งเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ หากใช้ข้อมูลในอดีตมาประเมิน ก็ยังคงมองได้ว่า ค่าที่เหมาะสมของเงินหยวนคงไม่ใช่ที่จุดนี้ คำถามคือ แนวคิดทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีน จะมีกุศโลบายใดที่จะทำการปรับเครื่องนโยบายค่าเงินของจีน เนื่องจากเศรษฐกิจและอิทธิพลของจีนนั้น ใหญ่และทรงพลังมาก จนการปรับค่าเงินของรัฐบาลจีน จะถูกโยงไปเป็นประเด็นทางการเมือง อาทิ สงครามค่าเงิน หรือการให้ความช่วยเหลือกับบริษัทจีนที่ส่งออกไปต่างประเทศแทบทุกครั้งไป

ประการสุดท้าย แน่นอนว่าที่แนวโน้มของค่าเงินหยวนของจีนในช่วงนี้ และอนาคตอันใกล้ อยู่ในทิศทางที่อ่อนค่าลง คำถามที่คงจะไม่มีใครสามารถตอบได้คือ ระดับที่ค่าเงินหยวนจะไปแตะก่อนที่จะนิ่งนั้น อยู่ตรงจุดใด และจะไปถึงตรงนั้นในช่วงเวลาเมื่อใด

ทั้งหมดคือบางส่วนที่ต่างชาติมองเศรษฐกิจจีน ด้วยสายตาที่ชื่นชม ทว่า ก็ยังคงสงสัยในหลายๆ เรื่องอยู่ ณ ตอนนี้ครับ

หมายเหตุ : หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” วางจำหน่ายทั่วประเทศ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ