วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าให้การเมืองเป็นอุปสรรค

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ระหว่างการพิจารณา

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 21 คน เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญก่อนหน้านั้นที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกมธ.ยกร่างฯ ได้ถูกตีตกไปตามกระบวนการ ดังนั้น ในเมื่อยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับบุค ที่จะมานั่งเป็นกรรมาธิการยกร่างชุดใหม่ จึงเป็นเรื่องยากในการคาดเดา ว่าเนื้อหาสาระของร่างฉบับนี้จะออกมาอย่างไร 

แต่หากติดตามเจตนารมณ์ของคสช. ต่อกติกาของประเทศ มีเป้าหมายหลักคือไม่ต้องการให้การเมือง กลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมอีก และต้องการให้มีกลไกในการควบคุมฝ่ายการเมืองในการทำหน้าที่บริหารประเทศ โดยหวังว่ากติกาการเมืองใหม่จะทำให้การเมืองไทยมีความโปร่งใสมากขึ้นและสามารถแก้ปัญหาที่เป็นต้นตอของความขัดแย้งในอดีตได้ ซึ่งถือเป็นภาระหนักอย่างมากสำหรับกรรมาธิการยกร่างฯ ในการออกแบบกฏกติกาการเมือง

ในระหว่างที่อยู่ระหว่างขั้นตอนเริ่มต้นของการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นได้ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของรัฐบาลและคสช.อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ เนื่องจากไม่มีความไว้วางใจอย่างยิ่งต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้น และเกรงว่าจะเป็นการกำจัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้วก็จะทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยประเทศถอยหลังเข้าคลองไปอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมืองในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนการทำงานของคสช.หรือฝ่ายที่ต่อต้าน ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่กติกาการเมืองใหม่ ย่อมเกิดความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ความขัดแย้งที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แม้คสช.ยังสามารถคุมสถานการณ์ได้ กำลังสร้างความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่ และสังคมไทยจะมีกลไกอะไรมาควบคุมให้ความขัดแย้งอยู่ในกรอบกติกา

เราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่าความไม่ชัดเจนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นต้นเหตุของความกังวลต่อสถานการณ์ในอนาคต และยิ่งคสช.และรัฐบาลมีกรอบเวลาในการบริหารประเทศที่แน่นอน ความชัดเจนในเรื่องทิศทางการเมืองของประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากประเด็นดังกล่าวยืดเยื้ออกไปและยังเกิดความขัดแย้งในทิศทางการเมือง ก็ยิ่งสร้างความกังวลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก หากคสช.จะเร่งให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด

รัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิรูปประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เราได้เห็นความคืบหน้าในหลายด้าน แม้ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่คสช.ตั้งไว้ตั้งแต่แรก ในขณะที่ด้านการเมืองดูเหมือนว่ายังไปไม่ถึงไหน กล่าวคือ เป็นส่วนที่ยุ่งยากและหาทางออกได้ยากที่สุด เนื่องจากความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจของคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ เราเชื่อว่าการเมืองจะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

เราเห็นว่ารัฐบาลมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในหลายด้าน และบางเรื่องเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศในระยะยาว แต่ด้วยปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ประชาชนอาจเห็นว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหาการเมืองที่ยังคาบลูกคาบดอกในขณะนี้ อาจกลายเป็นตัวฉุดรั้งและอุปสรรคสำคัญสำหรับประเทศ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะกลายเป็นตัดฉุดทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศเหมือนที่เคยเป็นมา