ปฏิรูปอะไรหรือท่านคนเก่ง
ปฏิรูปตัวเองยังไม่ได้
มีแต่เส้นสายโยงใย
ปฏิรูปจิตใจเสียก่อนเอยฯ
ผู้เขียนได้เขียนกลอนข้างบนไว้ เมื่อได้ยินได้อ่านข่าวเรื่องการแต่งตั้งสมาชิก “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ” ที่จะมาทำหน้าที่สืบต่อจาก “สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)” ซึ่งสิ้นสุดลงหลังประชุมพิจารณาลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างเสร็จสิ้นแล้วส่งให้ สปช. พิจารณา ซึ่งปรากฏว่ามีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น และทำให้ สปช. สิ้นสุดลง อันเป็นเหตุให้ต้องมีการแต่งตั้ง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน 200 คนขึ้นมาทำหน้าที่ต่อจาก สปช. ซึ่งปรากฏตามข่าวว่า บรรดาผู้ที่ต้องการรับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปต่างวิ่งเต้น ใช้เส้นสาย และวิธีการต่างๆ เพื่อให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิก เมื่อได้รับรู้ข่าวสารดังกล่าวเป็นเวลาหลายวัน ผู้เขียนจึงเขียนกลอนข้างต้นนั้นขึ้นมา
การวิ่งเต้นใช้เส้นสายในสังคมไทยในกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการงานบ้านเมืองเป็นเรื่องที่กระทำกันมาจนเคยชิน และเป็นเหตุอันชัดแจ้งที่ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้น เป็นต้นว่า การคัดเลือกคนเข้ารับราชการ ซึ่งจุดมุ่งหมายต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตใจใฝ่ในความยุติธรรม เข้าไปทำงานสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและบ้านเมือง แต่เมื่อมีการวิ่งเต้นใช้เส้นสาย ซึ่งตามมาด้วยการใช้เงินทองเป็นอามิสสินจ้าง เพื่อให้ได้เข้ารับราชการ รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้ระบบราชการ เช่น รัฐวิสาหกิจต่างๆ แล้ว ผู้ที่มาโดยวิธีนี้นอกจากความรู้ความสามารถไม่ถึงมาตรฐานที่กำหนดไว้แล้ว คุณสมบัติสำคัญคือ ความซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตใจใฝ่ในความยุติธรรม ก็ย่อมไม่มีไปด้วย
หากไม่ดัดจริตหลับตาเพื่อไม่ต้องเห็นความจริงก็ต้องยอมรับว่า สังคมไทยของเราเต็มไปด้วยการกระทำดังกล่าว จึงทำให้ระบบต่างๆ สถาบันทางสังคมต่างๆ เกิดความพิกลพิการ ล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความเสื่อม มีปัญหามากมาย ไม่เพียงแต่ในภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชน ภาคสังคม ตั้งแต่ระดับใหญ่ไปถึงระดับย่อย ตั้งแต่ประเทศไปถึงหมู่บ้าน การวิ่งเต้นใช้เส้นสายโยงใยให้ตนและกลุ่มตนได้ประโยชน์ ก็มีปรากฏอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้น การปฏิรูปสังคมที่กำลังทำกันอยู่นี้ หากไม่หยุดยั้ง ลด และเลิก พฤติกรรมดังกล่าว ก็ยากที่จะปฏิรูปสังคมไทยให้พ้นจากความเสื่อมโทรมแล้วก้าวไปสู่ความเจริญงอกงามได้
เมื่อได้ยินข่าวเรื่องผู้ที่เชื่อว่าตนมีความรู้ความสามารถทั้งหลาย ต่างใช้วิธีการวิ่งเต้น ใช้เส้นสาย ความสัมพันธ์กับบุคคลที่เชื่อว่าสามารถทำให้ตนได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อให้ตนได้รับการแต่งตั้งบ้าง จนนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้มีอำนาจใจการคัดเลือกและแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศออกมาพูดในเชิงห้ามปราม ผู้เขียนก็ให้รู้สึกว่าสังคมไทยของเรานี้ อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ขนาดการแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศซึ่งควรจะได้มีผู้ที่มีความคิดใหม่ๆ ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม นำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาแทนสิ่งเก่าๆ ที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา ยังมีการใช้วิธีการเก่าๆ เดิมๆ เช่นนี้ หากได้รับการแต่งตั้งเข้าไปจริงๆ การปฏิรูปก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากวาทกรรมสวยหรูเท่านั้น
เพราะหากไม่มีการปฏิรูปวิธีการได้มาซึ่งบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปแล้วไซร้ ก็ย่อมเป็นการย่ำอยู่จุดเดิม ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะปฏิรูปประเทศไทยได้หรือไม่ เพราะทุกอย่างก็จะยังเป็นไปเช่นเดิมอย่างแน่นอน






