โครงการจำนำข้าวทุกเม็ด ของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่สามารถปิดฉากได้ลง
และสร้างเรื่องอื้อฉาวต่อเนื่องไปอีกหลายปี
โครงการใช้เงินร่วม 1 ล้านล้านบาทหย่อนจากนี้ไม่มาก กับเม็ดเงินโครงการที่ใช้ไป คณะกรรมการปิดบัญชีได้สรุปตัวเลขขาดทุน เสียหายไม่น้อยกว่า 5.1 แสนล้านบาท มีคดีความฟ้องร้อง นักการเมือง ข้าราชการ องค์กรรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจ เจ้าของโกดัง โรงสี เกษตรกรเกิน 100 คดี
มีคดีที่นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ตกเป็นผู้ต้องหา 3-4 คดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ส่งอัยการและขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ คดีฟ้องอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ปฎิบัติหรือละเว้นปฎิบัติก่อให้ให้เกิดความเสียหาย
ป.ป.ช.ฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ในคดีขายข้าวรัฐต่อรัฐ แต่ไม่มีอยู่จริง เสียหายประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท
คดีที่ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของอนุกรรมการป.ป.ช.อีกคดีคือ การทุจริตในโครงการข้าวถุงถูกใจ ความเสียหายต่อรัฐที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบเบื้องต้นทั้งอดีตกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภา และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสตง. พบความเสียหายสูงกว่า 3 พันล้านบาท
โครงการข้าวถุงมีการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือกขช.ในรัฐบาลที่แล้วหลายรอบ
เอาตัวอย่างพอให้แลเห็น มีการอนุมัติเมื่อเดือนพ.ค. 2555 ให้นำข้าวขาว 5% จำนวน 4 แสนตัน และข้าวเหนียวขาว 1 แสนตัน จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ขายให้องค์การคลังสินค้าหรือ อคส. เพื่อนำไปบรรจุถุง ถุงละ 1กิโลกรัม ในราคาไม่เกินถุงละ 15บาท และถุงละ 5 กิโลกรัม ในราคาไม่เกินถุงละ 70 บาท โดยคิดราคาเนื้อข้าวทั้ง 2 ชนิด ในราคาเดียวกันที่ราคา 7.625 บาทต่อถุง 1 กิโลกรัม และราคา 38.125บาท ต่อถุง 5กิโลกรัม แถมอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าดำเนินการเป็นข้าวสารจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐอีก
รับจำนำข้าวเปลือก1.5 หมื่นบาทต่อตันคิดเป็นราคารับจำนำข้าวสาร 2.4 หมื่นบาทต่อตัน อนุมัติให้นำข้าวออกไป 7.6 พันบาทต่อตัน ราคาตลาดข้าวขาวช่วงนั้น 1.1-1.2 หมื่นบาทต่อตัน หลายต่อหลายทอด ขบวนการเดิม ตัวละครกลุ่มเดิม คนจ่ายเช็ค เดินสายทำสัญารับข้าว ส่งข้าว แกนนำสยามอินดิก้า และเครือข่าย มีพ่อค้าบางรายอดรนทนไม่ไหวกระโดดเข้าร่วมด้วย
รัฐซื้อแพง ขายโคตรถูก เช่นนี้ไม่เจ๊งเสียหายมหาศาลได้อย่างไร เงินหลวงทั้งนั้น
งวดเข้ามาทุกขณะ อนุกรรมการป.ป.ช.กำลังใกล้ได้ข้อสรุปเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ตั้งข้อกล่าวหา
การทำโครงการจำนำข้าวไม่ได้มีเฉพาะอคส. แต่ยังมีอีกหน่วยงานอยู่ภายใต้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหรืออ.ต.ก. ซึ่งเป็นอีกองค์กรเจ้าปัญหา ขณะนี้ยังหาตัวผู้อำนวยการไม่ได้ ประธานบอร์ดก็ไม่มี งานการทุกอย่างสะดุดหมด เวลาที่โรงสีเข้าร่วมโครงการจำนำต้องวางแบงก์การันตีกับหน่วยงาน และจะคืนให้ภายหลังเมื่อโครงการเสร็จแล้ว
คดีความที่คาราคาซัง ฟ้องร้องกันอีรุงตุงนัง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้า ไม่มีผู้รับผิดชอบ ก็เดือดร้อนผู้ทำโครงการที่สุจริต โครงการจบไปแล้ว โรงสีบางแห่งยังนำแบงก์การันตีออกไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าเซ็นอนุมัติ โรงสีสุพรรณบุรีหลายแห่งในภาคกลาง ยื่นหนังสือรมว.เกษตรก็แล้ว ยื่นร้องทุกข์ที่ทำเนียบก็แล้ว เรื่องเงียบ ต้นทุนการเงินก็บานปลายเพิ่มขึ้น ค้าขายก็ฝืดๆ ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
ความจริงถ้าเป็นคดีความฟ้องร้องหลักฐานถึงมือตำรวจหรือฝ่ายตรวจสอบหลักฐานเก็บหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วก็ควรปล่อยเรื่องนี้ออกมา เพื่อไม่ให้เดือดร้อนผู้สุจริตนานเกินไป
โครงการจำนำข้าว อื้อฉาวไม่จบสิ้น เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าจริงๆ









