พักนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกอาการ“หวาน”กับสื่อบ่อยครั้ง
ทั้งออกมาขอบคุณที่สื่อช่วยนำเสนอข่าวสาร และล่าสุดยังควงรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เลี้ยง“มื้อเที่ยง”นักข่าวทำเนียบรัฐบาล เป็นการร่วมโต๊ะอาหารกันเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง
000 บนโต๊ะมีเมนููเด็ดทั้งส้มตำ-ไก่ย่างเขาสวนกวาง ข้าวขาหมูตรอกซุง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟวัดแขก ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายป้าน้อย ลอดช่องวัดเจษ ไอศกรีมมหาชัย พร้อมด้วยผลไม้...กินข้าวกันไปคุยกันไป ได้สาระข่าวสารไปตามสมควร รวมทั้งจับสัญญาณที่เป็นเสมือน“คำสัญญา”ของนายกรัฐมนตรี ได้ 2-3 ประการ
000 สัญญาข้อแรกเป็นคำยืนยันว่าไม่ได้อยากอยู่ในอำนาจนาน และจะไม่เป็น “นายกฯคนนอก” ไม่ว่าใครมาเชื้อเชิญก็จะไม่ขอรับตำแหน่ง จึงเป็นสาเหตุของการเร่งสั่งงาน และเอาทหารเข้ามาคุมกระทรวงใหญ่เพื่อให้งานลุล่วงโดยเร็ว สอดคล้องกับสัญญาประการที่สองว่าหลังสิ้นภารกิจ เมื่อมีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง ทหารก็จะกลับเข้ากรม กอง
000 รวมถึงสัญญาอีกประการคือจะ“เร่ง”ดำเนินการเรื่อง“สำคัญ”ทั้งหลายภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีเรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้องที่เป็นปัญหาใหญ่ รวมทั้งการสร้าง“ปรองดอง”ที่เป็นเงื่อนไขมาตั้งแต่ต้น ส่วนอื่นๆ จะมีอะไรอีกบ้าง เป็นสิ่งที่“หลายคน”อยากรู้ และอยากให้รัฐบาลบอกให้ชัดเป็นประเด็น หนึ่ง สอง สาม สี่...
000 ส่วนเงื่อนเวลาที่เหลือจากนี้ไปคงจะไม่ใช่ 20 เดือน ตามสูตร 6-4-6-4 แล้ว...เพราะหลังท่านนายกฯ บอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลา“เต็มพิกัด” รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ก็ออกมาเปิดสูตรโรดแมพใหม่ โดยกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งรับฟังความเห็นจากเดิมที่กำหนดไว้ 6 เดือน สามารถลดเหลือ 5 เดือน
000 4 เดือนถัดมาว่าด้วยการทำ “ประชามติ” จะย่นเวลาลดได้ครึ่งเดือน กระบวนการทำกฎหมายลูก จาก 6 เดือน ที่จะประกอบไปด้วยการยกร่างกฎหมาย 2 เดือน เข้าสภา 3 เดือน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบอีก 1 เดือน กระบวนการนี้สามารถลดให้เหลือ 5 เดือนได้ ถ้ามีคนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มาช่วยร่างและช่วยผลักดัน
000 ส่วน 6 เดือนสุดท้าย การเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง คงย่นเวลาลำบากเพราะต้องให้เวลานักการเมืองหาเสียง...เบ็ดเสร็จ“นับนิ้ว”แล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 17 เดือนครึ่ง ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ในราวเดือน มิ.ย.2560 หลังว่างเว้นการเลือกตั้งมา 6 ปีเต็ม นับจากครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 ก.ค.2554
000 น่าตกใจ...ที่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก พบว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย“ตก”ลำดับทุกแห่ง ขณะที่หลายประเทศขยับอันดับสูงขึ้น ถ้าจำกันได้ย้อนไปหลายปีสักหน่อยบ้านเราเคยฝันว่าจะเป็น“ฮับการศึกษา”ของภูมิภาค...วันนี้ขอแค่ฝันเบาๆ ให้เด็กไทยได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพเสียก่อน
000 รวมไปถึงการปฏิรูประบบการศึกษา การพัฒนาครูและบุคคลกรทางการศึกษา ตลอดจนความเป็นอยู่และปัญหาหนี้สินครู เห็นแนวทางที่นายกฯ มอบหมายและ “เสมา1”พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รับไปขับเคลื่อนก็พอมองเห็นความหวัง...แต่การปฏิรูป“ทั้งกระบวนการ”ต้องว่ากันยาวนานกว่าจะ“เห็นผล”ต้องฝากให้คนรุ่นต่อไป ต่อไป และต่อไปช่วยกันสานต่อ !!!
..................................
นฤพีร์ เพชรดล [email protected]









