หุ้นไทยได้เวลาวิ่งหรือยัง ? คำถามนี้เริ่มถูกตั้งเป็น “กระทู้ฮอต” รอผู้รู้มาเฉลยตามเวทีสัมมนาต่างๆ
หลังทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นำโดย “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการผลักดันโครงการเมกะโปรเจค ควบคู่การออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงออกมาตรการกระตุ้นเงินลงทุนนักลงทุนรายใหญ่ เป็นต้น
ทว่า เมื่อลองทบทวนถึงความเป็นไปได้ ด้วยการ “จับสัญญาณ” ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในเอเชีย,สหรัฐอเมริกา และแถบยุโรป รวมถึงพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะพบว่า โอกาสที่ต่างชาติจะหอบเงินลงทุนกลับเอเชีย ซึ่งรวมถึงเมืองไทย ภายในปีนี้ยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย หลังได้ทยอยถอนเงินลงทุนออกไปจากตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่ต้นปี 2558 เฉลี่ย 8 หมื่นกว่าล้านบาท
นั่นเป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น ตรงข้ามกับตัวเลขเศรษฐกิจในเอเชียที่ยังคงอยู่ในภาวะถดถอย เช่น จีน อินโดนีเซีย และไทย เป็นต้น
ขณะที่ปัจจุบันตลาดหุ้นไทย ซื้อขายบนค่า P/E ค่อนข้างสูงเฉลี่ย 15%
สอดคล้องกับความเห็นของ “ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัยลูกค้า บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ที่ว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติได้ทยอยขายหุ้นไทยออกไปแล้วประมาณ 2,573 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินบาทเฉลี่ย 34.2 บาทต่อดอลาร์) เทียบกับปี 2557 ที่ขายออกไปเพียง 1,091 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินบาทเฉลี่ย 32.4 บาทต่อดอลลาร์)
โดยเม็ดเงินดังกล่าวส่วนใหญ่ไหลกลับเข้าไปลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา แถบยุโรป โดยเฉพาะประเทศเยอรมัน และญี่ปุ่นเป็นหลัก หลังตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับเศรษฐกิจเอเชียที่อ่อนแอลง
ทั้งนี้ หากพิจารณาตัวเลขกำไรของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา (ดัชนี S&P 500) ตลาดหุ้นญี่ปุ่น และตลาดหุ้นยุโรป (เยอรมัน) ในปี 2558 จะพบว่า มีอัตราการเติบโตที่ดี โดยกำไรตลาดหุ้นสหรัฐจะขยายตัวประมาณ 4.6% ตลาดหุ้นญี่ปุ่น 19% และตลาดหุ้นยุโรปประมาณ 26%
ขณะที่อัตรากำไรในตลาดหุ้นแถบเอเชีย แม้จะมีการเติบโต แต่ถือเป็นการขยายตัวที่ลดลง โดยกำไรของตลาดหุ้นไทยปีนี้อาจบวก 27% จีน 3.3% ไต้หวัน 9.3% ฮ่องกงโตลดลง 17% อินเดีย 10.7% สิงคโปร์ติดลบ 0.5% มาเลเซีย 4.2% อินโดนีเซีย 2.9%ฟิลิปปินส์ 10%
“เงินลงทุนต่างชาติเริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจของเราถดถอย”
“ชัยพร” กล่าวต่อว่า จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงไม่โยกเงินกับเอเชียเร็วๆนี้ ตรงข้ามอาจทยอยถอนเงินออกไปจนถึง “ไตรมาสแรกของปี 2559” ถือเป็นการไหลออกที่ยาวนานกว่าปกติ
ทว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึง 3 เดือนแรกของปีหน้า ตลาดหุ้นไทยยังคงตกอยู่ในภาวะผันผวน ขณะที่หุ้นไอพีโอเปิดตัววันแรกไม่คึกคักเหมือนก่อน นักลงทุนอาจต้องหันมาซื้อหุ้นที่มีโอกาสจะวิ่งตามสตอรี่ภาครัฐมากขึ้น เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก เป็นต้น






