รัฐบาลได้ผลักดันการลงทุนของประเทศ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(บีโอไอ) ด้วยการให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่มมากขึ้นจากเดิม โดยบีโอไอมีกำหนดเป้าหมายในอุตสาหกรรม ที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ ให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งการให้สิทธิประโยชน์ครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ โดยขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเดิมยกเว้นภาษี 8 ปี ขยายเป็น 13 ปี จากนั้นอีก 5 ปี ลดหย่อนภาษีเหลือเพียง 10%
การขยายสิทธิประโยชน์หรือสร้างแรงจูงใจการลงทุน ถือว่าประเทศไทยได้ดำเนินการมานาน ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ของประเทศ โดยนักลงทุนได้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งค่าจ้างแรงงานถูก วัตถุ และต้นทุนดำเนินการอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมา ยังเป็นข้อถกเถียงค่อนข้างมากเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศ ที่ให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนเหล่านี้ว่าใครได้มากกว่ากัน แต่อย่างไรก็ตาม แม้ข้อถกเถียงยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ไทยรวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอื่นก็ยังใช้บีโอไอเป็นเครื่องมือในการดึงดูดนักลงทุน
ดังนั้นหากดูมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลในครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าเป็นมาตรการที่ค่อนข้างแรง และเป็นการทุ่มความพยายามอีกครั้งของรัฐบาล ในการพัฒนาประเทศไปอีกระดับหนึ่ง เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยหวังว่าหากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ ก็จะช่วยให้การพัฒนาประเทศไปอีกระดับหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม มาตรการบีโอไอในครั้งนี้ที่ประกาศออกมานั้น เราเห็นได้ในขณะนี้เพียงด้านเดียว กล่าวคือเป็นด้านการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดขึ้นและอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศที่สำคัญ ในขณะที่อีกด้านยังไม่มีการประเมินที่ชัดเจนนัก ว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากมาตรการส่งเสริมในครั้งนี้ นอกจากระบุเป็นการประเมินอย่างโดยย่อ ว่าสังคมไทยน่าจะได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจ้างงานในประเทศ ทำให้เกิดทักษะที่สำคัญของคนไทย
แน่นอนว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนเป็นสิ่งจำเป็น หากเราต้องการพัฒนาประเทศไปในแนวทางนี้ เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและเป็นเจ้าของทุน อีกทั้งธุรกิจของไทยบางประเภท ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพึ่งพาทั้งแหล่งทุนและเทคโนโลยีจากประเทศพัฒนาแล้ว โดยหวังว่าจะช่วยดึงประเทศไทยให้ติดตามทันกระแสการพัฒนาของโลกได้ โดยไม่ตกกระแสการพัฒนาของโลก ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว
ดังนั้น สิ่งที่เราต้องการเห็นผลจากมาตรการส่งเสริมในครั้งนี้ คนไทยได้อะไรจากมาตรการส่งเสริมที่ให้สิทธิประโยชน์มากถึงขนาดนี้ เราเชื่อว่ารัฐบาลและบีโอไอมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้ว แต่เราก็ต้องการเห็นมากกว่าการประมาณการ เพราะอย่าลืมว่าสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งเราไม่อยากให้มาตรการที่หวังดีให้ประเทศพัฒนาตามทันกระแสโลก กลับกลายเป็นมาตรการที่สร้างความเหลื่อมล้ำ และเกิดปัญหาช่องว่างรายได้มากขึ้นไปอีก เพราะอย่าลืมเราไม่อาจลดความเหลื่อมล้ำลงไปได้ หากเราให้สิทธิบางอย่างมากเกินไปกับบางส่วนของสังคม









