วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปากเป็นเอก แต่เลขก็เอกด้วย

งานวิจัยล่าสุดจากรองศาสตราจารย์เดวิด เดมมิง จากฮาร์วาร์ดบอกว่า คนทำงานที่มีรายได้เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาทำงานมากที่สุด

คือคนที่เก่งทักษะสังคมควบคู่กับเก่งเลข คนเก่งอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีรายได้เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคนที่เก่งสองอย่างนั้นมากพอสมควร เก่งเลขแต่ไม่เก่งทักษะบุคคล หรือเก่งทักษะบุคคลแต่ไม่เก่งเลข มีรายได้ต่ำกว่าคนปากเป็นเอก และเลขก็เอกด้วย

ส่วนคนที่รายได้ตกต่ำลง เมื่อทำงานนานขึ้น คือคนที่เก่งท่องจำ ทำงานประจำได้อย่างเดียว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนเก่งงานประจำเงินเดือนไม่ขึ้น แต่หมายความว่า เงินเดือนขึ้นน้อยกว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ตัวเลขเงินสูงขึ้น แต่ซื้อของได้น้อยลง

นอกจากนั้น งานวิจัยที่อ้างอิงมายังบอกด้วยว่า จำนวนงานที่ต้องการคนเก่งงานประจำ คือคนทำตามที่จำได้ ทำตามที่เคยทำลดลงอย่างมากมายในระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะถูกทดแทนโดยเครื่องจักรอัตโนมัติ ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ว่ากันว่าวันหน้าโรงงานตั้งอยู่ที่ประเทศหนึ่ง แต่คนสั่งงานเครื่องจักรจะอยู่อีกประเทศหนึ่ง ประเทศที่เป็นที่ตั้งโรงงานได้เงินแค่ค่าเฝ้าโรงงาน กับงานโลจิสติกส์ในส่วนที่ต้องอาศัยคนพูดจากันเท่านั้น เงินที่ได้จากงานประจำที่ทำซ้ำๆ ตลอดวัน ตลอดปีจะค่อยๆ หายไป

งานวิจัยนี้บอกต่อไปว่า งานวันหน้าต้องการทักษะสังคมเพิ่มมากขึ้น ทั้งๆ ที่เรานึกกันว่า อะไรต่ออะไรก็กลายเป็นคอมพิวเตอร์ไปหมดแล้ว คนไม่ต้องคุยกันอีกแล้ว แต่อาจลืมไปว่า ที่ก้มหน้าก้มตากดไลน์กันอยู่ทั้งวันนั้น ไมได้กดคุยกับคอมพิวเตอร์ แต่กดคุยกับคน ที่ดูเฟซบุ๊คกันทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่ได้ดูสาระที่คอมสร้างขึ้น แต่ดูรูป อ่านข้อความที่คนสร้างขึ้นทั้งนั้น นั่นแสดงว่าคอมพิวเตอร์ยิ่งก้าวหน้า คนยิ่งต้องการทักษะสังคมมากขึ้น

วันนี้ลองนึกดูดีๆ ก็จะเห็นแล้วว่า แต่ก่อนเจอะเจอเพื่อนฝูง คนรู้จักเดือนหนึ่งไม่กี่สิบคน วันนี้เราเจอะเจอเพื่อนฝูง คนรู้จักในแต่ละเดือนเป็นร้อยคน เพราะมีสารพัดเครือข่ายสังคม บางคนกลายเป็นคนน่ารังเกียจในพริบตา เพราะไปโพสต์อะไรที่ไม่เข้าท่าในเครือข่ายสังคม คนหนุ่มสาวในวันนี้คบค้ากับคนอื่นเยอะกว่ารุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายเยอะมาก ตำราบริหารธุรกิจบอกตรงกันว่า เครือข่ายมาก โอกาสธุรกิจก็มากตามไปด้วย นกไม่ขน คนไม่มีเพื่อน ไปไหนได้ไม่ไกล เป็นถ้อยคำที่ได้ยินกันมานานแล้ว

การงานในโลกทุกวันนี้ ไม่ใช่การงานสโลว์ไลฟ์เหมือนที่บางคนเชื่อ การงานวันนี้รวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก จนกระทั่งรอให้มาหัดทำนั่นทำนี่ที่ทำไม่เป็น ไม่เคยทำไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ต้องแยกงานเป็นส่วนๆ แล้วส่งให้คนเก่งในแต่ละด้านไปทำ งานที่ต้องการมีการวิเคราะห์ วิเคราะห์เสร็จก็ต้องเขียนรายงาน คนเดียวทำทั้งสองอย่างย่อมต้องเก่งทั้งสองเรื่อง ซึ่งถ้าเดิมเก่งวิเคราะห์ แต่เขียนไม่เก่ง สมัยก่อนก็หัดเขียนให้เก่ง สมัยนี้กลายเป็นคนหนึ่งวิเคราะห์ อีกคนหนึ่งเขียนรายงาน ใครเก่งตรงไหนทำตรงนั้น งานจะเสร็จเร็วขึ้นหากได้คนสองคนต้องทำงานด้วยกัน จะทำงานด้วยกันได้ดีก็ต้องเก่งทักษะสังคม เพียงแต่ใช้เครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกัน แทนการเจอหน้าเจอตากันเหมือนแต่ก่อน

ทักษะสังคมที่ทำให้คนทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิผลในวันนี้ มีแค่สามตัวคือ ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการสื่อสาร และความสามารถในการสร้างและธำรงรักษาสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ผู้หลักผู้ใหญ่เคยทำงานในสภาพที่ต้องเจอหน้าตากัน คนเดียวต้องเก่งทุกเรื่อง การงานเป็นงานชิ้นใหญ่ๆ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ พอมาเจอกับการงานเล็กๆ ที่ต้องทำเสร็จปุบปับ ก็เลยมักมองคนรุ่นใหม่ว่าทำงานไม่ต่อเนื่อง ทำงานไม่เป็น แต่ความจริงคือ วิธีทำงานต่างกันต่างหาก เครื่องมือที่ใช้ต่างกันต่างหาก งานมีการกระจายการทำต่างกันต่างหาก

ดังนั้น อย่าไปเชื่อว่าใครมีคอมพิวเตอร์ติดตัวแล้ว มีสมาร์ทโฟนติดตัวแล้ว ทักษะสังคมของคนนั้นจะลดบทบาทลง ตรงข้ามเขาจะยิ่งต้องเก่งทักษะสังคมมากขึ้น ตามความเก่งของคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ต้องมองให้ออก และมองอย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่ใช่เอาทักษะบุคคลยุคคุณปู่มาวัดคุณพ่อ ยุคคุณพ่อมาวัดคุณลูก

คำว่าเก่งเลขไม่ได้หมายความแค่สอบวิชาเลขได้เอ ยิ่งในบ้านเราได้เอวิชาเลข ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเก่งเลขจริงหรือไม่ เพราะหลายที่สอนให้ได้เอเลขด้วยการจดจำรูปแบบต่างๆ  ของโจทย์เลขได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เห็นโจทย์ปุ๊บ ตอบได้ปั๊บ คนไหนไม่ได้กวดวิชาให้สามารถตอบโจทย์เลขโดยวิธีจดจำรูปแบบที่มหัศจรรย์นี้ จะกลายเป็นคนโง่เลขในบ้านเราทันที และจะเกลียดเลขไปตลอดชีวิต

คำว่าเก่งเลขในที่นี้หมายถึง คิดแก้ปัญหาอย่างมีระบบเป็นขั้นเป็นตอนได้ ใช้ตรรกะที่คงเส้นคงวาในการแก้ปัญหา เหมือนกับที่ใช้กฎใช้ทฤษฎีต่างๆ ตอนที่เล่าเรียนวิชาเลข รู้จักวิธีรวบรวมและประมวลผลข้อมูล เจอะเจองานใดก็ทำงานอย่างเป็นระบบ รู้ว่าอะไรเป็นตัวนำเข้า อะไรเป็นวิธีทำ อะไรเป็นผลลัพธ์ เจอปัญหาก็รู้จักวัดบันทึกข้อมูล รู้วิธีเปรียบเทียบตัวนั้นกับตัวนี้ ซึ่งฝรั่งสอนเรื่องพวกนี้ในวิชาคณิตศาสตร์ ก็เลยบอกว่าคนที่ทำแบบนี้ได้คือคนเก่งเลข แต่บ้านเราไม่ค่อยจะเหมือนบ้านเขาเท่าใดนัก ดังนั้น ท่านที่เกลียดเลข ตกเลขในบ้านเราก็อย่าเพิ่งดูถูกตัวเองว่า ฉันคงได้แค่เก่งทักษะสังคม ส่วนเลขตัวฉันเห็นท่าจะไม่ไหว

ดูตัวเองให้ดีๆ อาจจะระลึกได้ว่าเก่งทั้งปาก เก่งทั้งเลขมานานแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้