พลันที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ยื่นให้ เทียนฉาย กีระนันทน์
ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำเข้าสู่ที่ประชุม สปช.เพื่อลงมติเห็นควรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดลงมติในวันที่ 6 ก.ย.นี้ หาก สปช.เห็นชอบก็จะไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ แต่ในบรรดาพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะ “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ขณะนี้ก็เห็นจะมี “พรรคเพื่อไทย” ที่แม้จะไม่ได้เป็น “มติพรรค” ออกมา แต่บรรดาแกนนำพรรคหรือคนสำคัญในพรรค ต่างออกมา “ส่งสัญญาณ”ผ่านโซเชียลมีเดีย ไปถึงมวลชนสมาชิกพรรค หรือแม้แต่ “มวลชนคนเสื้่อแดง” ให้ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ
+++ นอกจาก ทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ล่าสุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และรมว.คลัง ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Kittiratt Na-Ranong (กิตติรัตน์ ณ ระนอง)” ระบุว่า "ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ... ไม่ถาม ไม่สงสัย ไม่วิจารณ์"... แค่ประกาศจุดยืน"
+++ เช่นเดียวกับ จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรมว.ศึกษาธิการ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “เหตุผลที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” พร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่อาจรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ด้วยเหตุผล 8 ประการ อาทิ ทำให้การเลือกตั้งไร้ความหมาย, เป็นระบบที่ออกแบบไว้เพื่อเปิดทางและเอื้ออำนวยให้คนนอกมาเป็นนายกฯ, มีระบบการถอดถอนที่ทำลายหลักการของการตรวจสอบถ่วงดุล, รัฐธรรมนูญนี้เมื่อประกาศใช้แล้ว ไม่อาจแก้ไขได้อีก ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมมากยิ่งขึ้น
+++ ขณะที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาประกาศว่า “ส่วนตัวเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติจากประชาชน เพราะประชาชนเข้าใจว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจกับประชาชนอย่างแท้จริง แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติก็จะขอไม่ลงเลือกตั้งดีกว่า”
+++ ส่วน จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ก็โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ค jatuporn Prompan ข้อความบางช่วงบางตอนที่ให้สัมภาษณ์ไว้ระบุว่า “การที่ผมประกาศคว่ำร่างถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ไม่มีความผิดเพราะประชามติมีให้คว่ำและไม่คว่ำ โดยผมเป็นแผนกคว่ำ”
+++ ดูท่าทีของ “แกนนำพรรคเพื่อไทย” และสัญญาณที่เริ่มส่งออกมาแล้ว อาจวิเคราะห์ได้ว่า หาก“ร่างรัฐธรรมนูญ”ผ่านที่ประชุม สปช.แล้วไปถูกคว่่ำโดยประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ก็จะส่งผลให้ทั้่ง “คสช.-สปช.-กมธ.ยกร่าง” ต้องเสียหน้า และต้องกลับไปสู่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
+++ แต่ถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติ ก็จะไปสู่ขั้นตอนการทำกฎหมายลูก เพื่อไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ราวปลายปี 59 ปัญหาใหญ่ก็จะมาตกอยู่กับ “พรรคเพื่อไทย” เพราะตัวเองไปรณรงค์ประชาชนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย แล้วอย่างนี้ยังจะมีหน้ามาลงเลือกตั้้งอีกหรือ?
+++ คนในพรรคเพื่อไทยบางคน เริ่มออกมาประกาศแล้วว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติก็จะไม่ลงเลือกตั้ง
+++ หรือในที่สุดแล้ว พรรคเพื่อไทย จะ “บอยคอตเลือกตั้ง”หรือไม่ ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปแบบยาวๆ
............................
แหลมเชิงดอย:[email protected]









