บรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐ ในทะเลจีนใต้ช่วงนี้ ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มจะเป็นห่วง
ว่าสองยักษ์ใหญ่กำลังทำท่าฮึ่มๆ จะก่อสงครามกันหรือไม่
หนังสือเล่มใหม่ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับประเด็นนี้เสนอให้ สหรัฐฯกับจีน “พบกันครึ่งทาง” เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามรอบใหม่
หนังสือชื่อ “Meeting China Halfway : How to Defuse the Emerging US-China Rivalry” เขียนโดยนักวิชาการมะกันที่เชี่ยวชาญด้านจีนชื่อ Lyle J. Goldstein
เนื้อหาหนังสือเล่มนี้ต่างจากหนังสือว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนหลาย ๆ เล่มที่ผมอ่านก็ตรงที่เป็นข้อเสนอให้ “ร่วมมือ” แทนที่จะ “เผชิญหน้า” เพราะถ้าสองมหาอำนาจทำศึกสงครามกันเมื่อใด โลกก็จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วงรุนแรงแน่นอน
ข้อเสนอ “พบกันครึ่งทาง” ของโกลสไตน์ลงรายละเอียดด้านนโยบายที่วอชิงตันควรจะทำทั้งหมดถึง 100 ข้อ
เป็นทางออกที่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางลึก จากทั้งสหรัฐและจีนเพื่อไม่ให้อคติเดิม ๆ ของทั้งสองฝ่ายกลายเป็นอุปสรรคในการหาทางป้องกัน การปะทะกันระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตัน
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐประกาศนโยบาย “ปักหมุดในเอเชีย” (Pivot to Asia) เพื่อสร้างเสริมบารมีของตนในเอเชียและแปซิฟิก เพราะก่อนหน้านี้ไปทุ่มทรัพยากรมหาศาลในตะวันออกกลางและยุโรป โดยปล่อยให้จีนสร้างบารมีในเอเชียทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและความมั่นคง
จีนไม่ยอมให้สหรัฐใหญ่แต่เพียงประเทศเดียวในย่านนี้ จึงได้รุกหนักด้วยนโยบายด้านการเมือง, การทูตและความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดคือคำประกาศของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีนที่จะสร้าง “เส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล” ที่เรียกว่า “One Belt, One Road” เพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุน ที่จะมีผลด้านการเมืองและความมั่นคงทางบวกให้กับจีนด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น จีนยังเป็นหัวหอกในการตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า Asia Infrastructure Investment Bank ( AIIB) ท้าทายธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ที่มีสหรัฐฯเป็นผู้บงการอยู่ข้างหลังมาตลอดตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
จุดที่น่ากังวลที่สุด เปราะบางที่สุด และอาจเป็นเหตุแห่งการปะทะกันทางด้านอาวุธร้ายแรง ระหว่างสองยักษ์คือทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก ซึ่งพัวพันทั้งสหรัฐและจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในทะเลจีนใต้ จีนมีข้อพิพาทกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ เป็นหลักว่าด้วยสิทธิเหนือหมู่เกาะหลายแห่ง ล่าสุดอเมริกาส่งเครื่องบินลาดตระเวน เพื่อตรวจสอบการที่ปักกิ่งสร้างสนามบินและสิ่งก่อสร้างบนเกาะเหล่านั้น ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวาทกรรมรุนแรงระหว่างสองประเทศ
ในทะเลจีนตะวันออก จีนมีเรื่องกับญี่ปุ่น อเมริกาหนุนหลังญี่ปุ่น จีนพยายามบอกให้อเมริกาถอยห่างออกไป แต่สหรัฐยืนยันว่าสนธิสัญญาระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่น มีข้อความที่ปกป้องญี่ปุ่นในกรณีที่ถูกรุกราน
แปลว่าถ้าจีนเปิดศึกกับญี่ปุ่น อเมริกามีหน้าที่จะต้องเข้ามาช่วยญี่ปุ่น
และในกรณีทะเลจีนใต้เช่นกัน สหรัฐเพิ่งประกาศว่าจะต้องส่งเรือและเครื่องบิน มาลาดตระเวนเพราะเป็นน่านน้ำสากล หากเกิดอะไรขึ้นอาจจะกระทบต่อ “เสรีภาพการเดินเรือ” ของสหรัฐฯด้วย
ข้อเสนอในหนังสือเล่มนี้น่าสนใจหลายประการ แต่แน่นอนว่าทั้งจีนกับสหรัฐฯ คงยังไม่ยอมถอยจากจุดยืนปัจจุบัน แม้ว่าต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าหากยังไม่ยอมสร้าง “สูตรแห่งความสัมพันธ์ใหม่ของประเทศใหญ่” อย่างที่สีจิ้นผิงเสนอ ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามรอบใหม่ก็สูงขึ้น
และในยุคนี้ หากเกิดสงครามก็เละกันทุกฝ่าย ไม่มีคำว่าผู้แพ้ผู้ชนะ
มีแต่ผู้เสียหายโดยทั่วหน้ากัน






