เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจ “ดรีมทีมเศรษฐกิจ” ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพราะเป็นสีสันใหม่
ในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
แต่อีกด้านหนึ่ง สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งยังดำรงความเป็น ”รัฐบาลทหาร” และมีการจัดวางตัว “รัฐมนตรีสายทหาร” ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทางการเมืองนับจากนี้เป็นต้นไป
โดยตัวนายกฯ ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
ส่วนอดีตผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ร่วมหัวจมท้ายก่อการยึดอำนาจมาด้วยกันคือ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เหลือแค่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
นายทหารคนอื่นๆ ที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี มีการสับเปลี่ยนกระทรวง โดย “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ โยกจากกระทรวงพาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, “บิ๊กเต่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ขยับจากกระทรวงแรงงานเป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ ข้ามห้วยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เสนาบดีทหารหน้าใหม่ป้ายแดงคือ “บิ๊กบี้” พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานน้องรักของพี่ป้อม และ “บิ๊กโย่ง” พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน การันตีความสามารถโดยพี่ตู่
การปรับคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ การกระชับอำนาจของกลุ่มขุนศึกบูรพาโดยแท้ โดย “บิ๊กตู่” ขอฉันทานุมัติจากพี่ๆ อย่าง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ในการจัดแถวคณะรัฐมนตรีใหม่
ยกตัวอย่างนายกฯ ประยุทธ์ ส่งเพื่อนรัก “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ครบเครื่องเรื่องบู๊-บุ๋น ไปคุมกระทรวงศึกษาธิการ ถือว่าไม่ธรรมดา ดังที่ทราบกัน บุคลากรการศึกษานั้นมากมายหลายแสนคน โดยเฉพาะ “ครูต่างจังหวัด” ที่จำนวนไม่น้อยเป็น “ฐานการเมือง” ของพรรคการเมืองใหญ่
เดิมที “บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ ก็ลุยงานการศึกษาเต็มที่และครั้งนี้ได้นักการศึกษารุ่นใหม่มาเป็นรัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ อีกคนหนึ่งคือ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ
“มูลนิธิยุวสถิรคุณ” อยู่ภายใต้ร่มธงสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ได้จัดตั้งศูนย์จิตวิทยาการศึกษา เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทย โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และเป็นประธานมูลนิธิยุวสถิรคุณ
เมื่อมองไปข้างหน้า รัฐบาลประยุทธ์ จะต้องเจอด่านทดสอบ “ประชามติรัฐธรรมนูญ” ซึ่งการเข้าควบคุมกระทรวงศึกษาธิการ ย่อมหมายถึงการสามารถบริหารจัดการฐานการเมืองได้ระดับหนึ่ง
ทำนองเดียวกัน “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ แบบไม่มีรัฐมนตรีช่วย ก็เท่ากับว่า ทหารคุมการแก้ปัญหาคนรากหญ้าเบ็ดเสร็จ และอาจมีนโยบายประชานิยมใหม่ๆ ให้สอดรับกับแผนการตลาดของ “ดรีมทีมสมคิด”
ตามโรดแมพ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ มีภารกิจเพื่อส่งไม้ต่อให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่พิจารณาจากการจัดทัพคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 3 เหมือนเป็นการส่งสัญญาณของคณะทหารว่า จะปฏิรูปประเทศกันอย่างต่ำ 5 ปี
มินับการจัดทัพทหารและตำรวจ ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา “ขุนศึกบูรพา” อันเป็นหลักประกันเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคง ฉะนั้น เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง อำนาจก็ยังอยู่ในมือประยุทธ์






