เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย คงไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน
หากประชาชนคนไทยให้ความสำคัญและร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา"ดิจิทัลอีโคโนมี" อย่างที่ไม่แพ้กับการที่ประชาชนเกือบทั้งประเทศกำลังให้ความสำคัญกับการ "กีฬา"ของไทย โดยเฉพาะ "ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก" ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แม้แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ก็ยังได้รับความสนใจน้อยกว่าไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก จากการสำรวจความคิดเห็นโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และแม้กระทั่งซีเกมส์ที่ผ่านมา ทีมชาติไทย ก็ได้คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 15 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลของทุกชาติในอาเซียน
ทั้งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพราะคนไทยเมื่อพร้อมแรงร่วมใจสามัคคี ย่อมไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งอย่าว่าแต่อาเซียนเลยและกีฬาเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ มีความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญในขณะที่ดิจิทัลอีโคโนมี เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก และดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา World Economics Forum ได้เปิดเผยรายงาน Network Readiness Index ซึ่งเป็นการจัดอันดับความมีประสิทธิภาพของแต่ละประเทศในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ส่งผลต่อศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศ
ปี 2015 ประเทศไทย ถูกจัดเป็นอันดับที่ 67 จาก 143 ประเทศทั่วโลก เป็นการคงอันดับเดิมจากปี 2014 และดีขึ้นจากปี 2013 ที่อันดับ 74
แม้ว่าดิจิทัลอีโคโนมี จะเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายฉบับช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงมีความจำเป็น ที่จะต้องมีการเปรียบเทียบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพกับพัฒนาการของนานาอารยประเทศ
อันดับที่ 67 ย่อมหมายความว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือการได้มาซึ่งคะแนนของ Network Readiness Index องค์ประกอบสำคัญที่ฉุดรั้งคะแนนของประเทศไทย ย่อมต้องหนีไม่พ้นบทบาทของภาครัฐ ในการสนับสนุน ดิจิทัลอีโคโนมี ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายต่างๆ สำหรับองค์ประกอบนี้ ประเทศไทย ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 113 ซึ่งอยู่ในกลุ่มรั้งท้าย จาก 143 ประเทศทั่วโลก
อีกองค์ประกอบที่ฉุดรั้งคะแนนของประเทศเป็นบทบาทของภาครัฐอีกเช่นกัน ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ให้มีความร่วมสมัยกับนานาอารยประเทศ ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 113 จาก 143 ประเทศทั่วโลก
แต่องค์ประกอบที่ช่วยคะแนนของประเทศไทย กลับเป็นบทบาทของภาคเอกชน ที่ดิ้นรนให้บริการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ท่ามกลางความไม่พร้อมในด้านอื่น ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 1 ของโลก ในด้านการครอบคลุมของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และอันดับที่ 16 ของโลกในด้านค่าบริการโทรศัพท์มือถือถูกที่สุดสำหรับผู้บริโภค
ที่กล่าวมาแล้วคือสถานภาพปัจจุบันของดิจิทัลอีโคโนมีของไทย จากมาตรวัดแห่ง เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม หลังจากได้ดำเนินการภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่สามารถคงไว้ที่อันดับ 67 จาก 143 ประเทศทั่วโลก
แต่เพื่อนบ้านของของเรา สิงคโปร์และมาเลเซีย ที่ได้มียุทธศาสตร์ดิจิทัลอีโคโนมีมาได้ราวทศวรรษหนึ่ง แม้ในขณะที่ไทยยังคงอยู่ในยุคมืดทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล กลับได้อันดับที่ 1 และ 32 คงไม่ต้องพูดถึงมาเลเซียที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับไทยแต่กลับมีความพร้อมทางดิจิทัลอีโคโนมีเหนือกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวนมาก
ส่วนสิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของไทยได้ถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและกลับมีความพร้อมทางดิจิทัลอีโคโนมีเหนือกว่าประเทศอื่นใดในโลกทั้งหมดทั้งปวง
เป็นความภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทยที่ฟุตบอลไทย ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน แต่ดิจิทัลอีโคโนของไทยยังคงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ที่ห่างไกลอันดับ 2 และ 1 อย่างเหลือเชื่อ อาจใช้เวลากว่าชั่วชีวิตของคนในประเทศก็ยังคงที่จะไล่ตามไม่ทัน แต่เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลปัจจุบัน ได้กำหนดยุทธศาสตร์ดิจิทัลอีโคโนมี เพราะเป็นครั้งแรกในกว่าทศวรรษที่ประเทศไทยมีโอกาสที่จะก้าวข้ามยุคมืดทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล
อย่างไรก็ดี แม้แต่ฟุตบอลไทย ก็ไม่ได้เล่นกันเฉพาะในประเทศ "ดิจิทัลอีโคโนมี" เป็นระบบเศรษฐกิจไร้พรมแดน จึงควรมียุทธศาสตร์ในเชิงรุกเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งผลวิจัยของ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ก็ได้ชี้ชัดแล้วว่าเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขาอย่างแน่นอน
----------------
ดร.อธิป อัศวานันท์
http://drjoke.com








