ท่านผู้อ่านรู้จัก คุ้นเคย หรือเคยใช้คำเหล่านี้บ้างไหมครับ?
ROFL, YOLO, FOMO, CUL8R, SMH, AMA, ELI5, ICYMI, JSYK, TL;DR ถ้าจาก 10 ตัวย่อข้างต้น ท่านพอจะรู้จัก คุ้นเคย หรือใช้อยู่บ้างซัก 3 คำขึ้นไป ก็ต้องถือว่าท่านผู้อ่านทันสมัย เป็นคนยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ส่วนผมเองก็สารภาพว่าจาก 10 คำข้างต้นนั้น รู้จักจริงๆ อยู่แค่คำเดียวครับ นั้นคือ FOMO ซึ่งมาจาก Fear of Missing Out หรือการกลัวที่จะพลาดข่าวสาร พลาดเทรนด์ พลาดเรื่องราวต่างๆ
ส่วนคำต่างๆ ที่เหลือนั้น เริ่มเห็นมากขึ้นหลังจากไปอ่านนิยายของฝรั่งเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง The Knockoff ที่เขียนถึงการที่คนรุ่นเก่าจะต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่เวลาสื่อสารกันนั้น มักจะมีตัวย่อแปลกๆ โผล่ออกมา แบบที่พยายามแปลเท่าไร ก็แปลไม่ออก ซึ่งถ้านักภาษาศาสตร์มาเห็นคำเหล่านี้ ก็อาจจะต้องยอมรับว่า วิวัฒนาการทางภาษาในลักษณะนี้อาจจะเป็นสิ่งที่แปลก แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่แพร่หลายในคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่สื่อสารผ่านทางเทคโนโลยีมากขึ้น
ในอดีต (หรือปัจจุบัน) เราจะคุ้นเคยกับคำย่อต่างๆ เช่น FYI (For Your Information) หรือBFF (Best Friend Forever) หรือBTW (By the way) หรือLOL (Laugh out loud) แต่ปัจจุบันพัฒนาการของการใช้ภาษาและตัวย่อ ก็เริ่มเปลี่ยนไปและซับซ้อนมากขึ้น คำใหม่ๆ ที่เจอ เช่น ROFL (Rolling on the floor laughing) หรือ JSYK (Just so you know) ก็เป็นเสมือนคำที่พัฒนาการมาจาก LOL และ FYI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง JSYK นั้นถือกันว่าเป็น FYI สำหรับคนยุคใหม่ เนื่องจาก FYI นั้น อาจจะโบราณไปแล้ว และ JSYK จะดูเป็นกันเองระหว่างเพื่อนฝูง มากกว่า FYI
ส่วน YOLO (You only live once) นั้นก็สะท้อนวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ได้ดี โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาคิดว่าคนเราก็มีชีวิตแค่ครั้งเดียว ดังนั้น ทำไมจะต้องกลัว ไม่กล้า ทำในสิ่งต่างๆ
สำหรับคำว่า CUL8R นั้น ท่านผู้อ่านลองเดาดูครับว่า ย่อมาจากคำว่าอะไร? คำคำนี้ก็มีที่มาจากเทรนด์ในการส่งข้อความสั้นๆ ที่ไม่ยาว โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์บางแห่ง เช่น Twitter ที่จะมีการกำหนดจำนวนตัวอักษร ทำให้วัยรุ่นพยายามคิดค้น รวบรัด และตัดทอนคำในภาษาอังกฤษให้สั้นลง และเหมาะสมสำหรับการส่งข้อความสั้นๆ แทน สรุป CUL8R นั้น ก็มาจากคำว่า See you later หรือแล้วพบกันใหม่นั้นเองครับ
อีกคำหนึ่งถ้าไม่เฉลย จะไม่มีทางรู้เลยว่าคืออะไร นั้นคือ ELI5 ครับ ย่อมาจาก Explain like I’m 5 ซึ่งถ้าแปลตรงๆ เมื่อเราใช้คำนี้บอกกับผู้อื่น ก็เหมือนกับจะบอกให้เขาอธิบายให้ง่ายที่สุด เหมือนกับว่าเราอายุเพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้น มักจะใช้เมื่อเราไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นอธิบายหรือเล่ามา และต้องการให้เขาเล่าให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะง่ายได้ ส่วนคำว่า ICYMI นั้นมาจาก In case you missed it หรือในกรณีที่คุณพลาด....
ส่วนอีกคำที่น่าจะได้ใช้บ่อยครับคือ TL;DR หรือ Too long; didn’t read ที่คนไทยอาจจะใช้ในกรณีที่มีคนส่งข้อความหรือ Line มายาวๆ และเราขี้เกียจอ่านก็อาจจะบอกไปว่า TL;DR ได้ครับ ส่วน SMH นั้นแปลง่ายๆ ครับว่า Shaking my head ซึ่งไม่ใช่การส่ายหัวปฏิเสธนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการส่ายหัวด้วยความระอา หรือเอ็นดูก็ได้ และสุดท้ายคือ AMA หรือ Ask me anything ครับ
จริงๆ ยังมีคำย่อ ที่คนรุ่นใหม่ใช้กันมากกว่านี้นะครับ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจลองไปหาดูก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น 2moro, BRB, B4N, GR8, ILY, J/K, OIC, IRL, QFT ฯลฯ แต่มีอีกประเด็นที่อยากจะนำเสนอครับ นั่นคือสำหรับวิวัฒนาการของภาษาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นอกจากการมีตัวย่อภาษาอังกฤษต่างๆ ที่แสนจะไม่เข้าใจและปวดหัวแล้ว ยังพบเจอศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการรวมกันของสองคำเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Freemium ที่หมายถึง Business Model รูปแบบหนึ่งที่ให้ใช้ฟรีก่อน จากนั้นค่อยหาทางเก็บเงิน หรือ Masstige ที่เป็นของที่หรูหรา มีระดับ แต่คนหมู่มากสามารถหาซื้อ หาใช้ได้ หรือ Frenemy ที่หมายถึงศัตรู ที่เป็นเพื่อน ซึ่งเจ้าคำว่า Frenemy นั้น อาจจะหมายถึงธุรกิจ ที่บางครั้งก็ต้องเป็นศัตรูทางการค้า แต่บางสถานการณ์ก็ต้องเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แต่บางคนก็บอกว่า Frenemy นั้น จริงๆ คือคู่แข่งที่มาทำตัวเป็นเพื่อน เพื่อหวังผลทางธุรกิจ
จะเห็นได้ถึงวิวัฒนาการของภาษาที่น่าสนใจนะครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่บอกได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของภาษา เนื่องจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไปจริงๆ ครับ โชคดีภาษาไทยยังไม่วิวัฒนาการไปไกลขนาดนี้ TTYL (Type to you later) และ TYVM (Thank you very much) ครับ






