วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Black Swan กับโหราศาสตร์

ถ้าเราติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอและต่อเนื่องยาวนานพอ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือ โลกผันผวนมากขึ้นทุกวัน

สิ่งที่เคยคาดการณ์ได้ในอดีต แทบคาดการณ์ไม่ได้ในปัจจุบัน ความไม่แน่นอนแทรกตัวอยู่เต็มไปหมดในทุกภาคส่วนของระบบโครงสร้าง

ยิ่งเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารก้าวหน้าขึ้น ความผันผวนยิ่งมากและรวดเร็วขึ้น หลัง Great Depression1929 วิกฤติใหญ่ครั้งต่อมาคือ Black Monday1987 แต่จากนั้นมันเกิดขึ้นถี่และรุนแรงมาก ปี 95 มีวิกฤติเม็กซิโก ปี 97 วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 98 วิกฤติการเงินรัสเซีย ปี 2000 ฟองสบู่ดอทคอมแตก เรื่อยมาถึงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 และวิกฤติกรีซ-ยูโร 2011

เมษา 2007 โลกได้ต้อนรับหนังสือที่อธิบายถึง “ความไม่แน่นอน” ที่ดำรงอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะยอมรับ หนังสือเล่มนี้โด่งดังมาก เพราะออกมาในจังหวะที่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐใกล้ระเบิด หนังสือชื่อ The Black Swan ผู้เขียนคือ Nassim Nicholas Taleb

Black Swan (หงส์ดำ) ไม่ใช่หนังสือชีวิตสัตว์ มันไม่ใช่หนังสือแนว “อ่านแล้วรวย” แต่เป็นหนังสือที่ช่วยให้คนอ่านฉลาดขึ้นและเข้าใจโลกแห่งความจริงยิ่งขึ้น

“หงส์ทุกตัวต้องเป็นสีขาว” นี่คือสัจพจน์ทางปรัชญาของตะวันตกตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ต่อมา มีการค้นพบหงส์ดำในออสเตรเลีย ค่อยทราบกันว่า สิ่งที่เคยเชื่อต่อ ๆ กันมานั้นผิด เหตุเพราะความรู้และการรับรู้ของคนมีจำกัด สัจพจน์ดังกล่าวจึงเป็นเท็จ (False Verification)  

ปรากฏการณ์ Black Swan มีคุณสมบัติ (1) อยู่นอกเหนือความคาดหมายผู้คน มันไม่ได้อยู่ในโค้งการกระจายตัวปกติ (Normal Distribution) แต่อาจอยู่ในส่วนเบี่ยงเบนที่ไกลมากๆ (2) มีผลกระทบรุนแรงมาก (3) ไม่อาจทำนายล่วงหน้า ทำได้เพียงอธิบายย้อนหลังในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงไม่ได้อยู่ในแบบจำลอง (Model) ทางคณิตศาสตร์-เศรษฐศาสตร์-การเงินใดๆ และแน่นอนที่สุด ยามใดที่มันเกิดขึ้น ความเสียหายมากมายมหาศาลจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

แล้วทำไมเราไม่รวมมันเข้าในโมเดลต่างๆ ล่ะ ? คงเป็นไปได้ยาก เพราะ (1) ความน่าจะเป็น (Probability) น้อย เช่น 1 ใน 1,000,000 ขึ้นไป ทำให้การออกแบบเทอะทะ ยาก และไร้ประสิทธิภาพ (2) ต้นทุนที่สูงขึ้น (3) ในโมเดล เรารู้ “สิ่งที่รู้” และ “สิ่งที่ไม่รู้” แต่เราไม่รู้ “สิ่งที่ไม่รู้” (Unknown Unknowns) อีกมากมาย การออกแบบให้ครอบคลุม Black Swan ทั้งหมด จึงเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญสุดคือ (4) จิตใจมนุษย์

โลกซับซ้อนและมากเหลี่ยมมุมเสมอ แต่จิตใจมนุษย์ปฏิเสธความซับซ้อน พวกเขาเพียงมองหาระเบียบแบบแผนที่เข้าใจง่ายๆ และเลือกที่จะเชื่อสิ่งเหล่านั้น สิ่งใดที่อยู่นอกกรอบของแบบแผนที่เขาคุ้นเคย สิ่งนั้นจะกลายเป็นงมงาย-ไร้เหตุผล-ไร้สาระไป

มนุษย์จึงตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์เสมอ ยิ่งสถานการณ์สับสนวุ่นวายเท่าไหร่ พวกเขายิ่งมองหาแบบแผนที่เรียบง่ายชัดเจน ผู้มีอำนาจจึงมักสร้างสถานการณ์ให้ปั่นป่วนวุ่นวายเข้าไว้ เพื่อให้สมองและการรับรู้ของผู้คนมึนชา และถูกครอบงำได้ง่าย เข้าทำนอง “น้ำขุ่น จับปลาง่าย” นั่นเอง

เพราะจิตใจมนุษย์เป็นเช่นนี้ โหราศาสตร์ที่มีกระบวนคิดแตกต่างจากแบบแผนที่คุ้นเคยของคนปัจจุบัน จึงต้องกลายเป็นศาสตร์แห่งความงมงายไป

บางทีอาจเป็นโชคดีก็ได้ เพราะการ Out of Box นี้เอง ที่ทำให้โหราศาสตร์เข้าใจ คุ้นเคย และรับมือกับ Black Swan ได้ดี สิ่งที่เหตุผลของมนุษย์เข้าใจไม่ได้ ไม่ใช่ไม่มีกฎเกณฑ์ตรรกะ เพียงแต่มันไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยกรอบความคิดที่คับแคบเท่านั้นเอง

โหราศาสตร์เติบโตควบคู่กับพัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์กว่า 7,000 ปี ยาวนานกว่าศาสตร์และศาสนาใดในปัจจุบัน จึงได้รู้ได้เห็น Black Swan มานับไม่ถ้วน ภัยธรรมชาติ สงคราม การล่มสลายของอาณาจักรมากมายในอดีต ฯลฯ ฐานข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึก คิดวิเคราะห์ ค้นคว้าและพัฒนา จนกลายเป็นหลักวิชาที่สืบทอดถึงปัจจุบัน

Black Swan ที่ยึดถือกัน อาจเป็นแค่ White Swan ในมุมโหราศาสตร์

ลองดูกันสักตัวอย่าง เดือนตุลา 1982 เสาร์ยกเข้าราศีตุลย์ เสาร์คือดาวแห่งการเมืองการปกครอง เสาร์ตุลย์-เป็นอุจจ์ ภาครัฐเข้มแข็งมาก เสาร์กุมพลูโตสนิทวันที่ 8 พฤศจิกา ที่ 3 องศา 59 ลิปดา พลูโตคืออำนาจนิยม เสาร์-พลูโต-ตุลย์หมายถึงอำนาจทางการเมืองที่เข้มแข็งมากในยุคสงครามเย็น

ต้นปี 1985 เสาร์ยกเข้าพิจิก ร่วมราศีกับมฤตยู มฤตยูคือคิดนอกกรอบ-การทำสิ่งใหม่ๆ การเมืองระดับโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง มิคาอิล กอร์บาเชฟ (Mikhail Gorbachev) ขึ้นเป็นเลขาธิการโปลิตบูโรโซเวียตเมื่อ 11 มีนา กอร์บาชอฟคือผู้เริ่มนโยบาย Glasnost (เปิดกว้าง) และ Perestroika (ปฏิรูป) เสาร์ยิ่งเข้าใกล้มฤตยู การเปลี่ยนแปลงยิ่งรุนแรง ไม่ใช่แค่โซเวียต แต่รวมถึงกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงยกระดับไปอีกขั้น เมื่อทั้งเสาร์-มฤตยูยกเข้าธนูและกุมกัน 3 ครั้ง (Triple Conjunctions) ในเดือนกุมภา-มิถุนา-ตุลา 1988 เหตุการณ์สำคัญคือกระแสเรียกร้องทางการเมืองในเยอรมันตะวันออก แต่จังหวะดาวยังไม่จบ เสาร์ที่จรห่างมฤตยู ได้เข้ากุมเนปจูน ที่ 18 องศา 12 ลิปดาในราศีธนู ทั้งคู่กุมกัน 3 ครั้งเช่นกันช่วงมีนา-มิถุนา-พฤศจิกา 1989 ผลคือการเปิดกำแพงเบอร์ลินที่กั้นเยอรมันทั้ง 2 ฝั่งเมื่อ 9 พฤศจิกา 1989 และรื้อถอนในปีต่อมา

ปี 88-89 สหภาพโซเวียตสูญเสียอำนาจในการควบคุมรัฐบริวาร จนนำไปสู่การประกาศเอกราชของเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ปลายพฤษภา 90 บอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin) ขึ้นเป็นประธานาธิบดี และสถาปนาสาธารณรัฐรัสเซียเมื่อ 12 มิถุนา 90 ในจังหวะที่พฤหัสจรเมถุนเข้าเล็งทั้งเสาร์-มฤตยู-เนปจูน ในที่สุด สหภาพโซเวียตก็ล่มสลายโดยสมบูรณ์เมื่อ 25 ธันวา 91 เมื่อเสาร์เข้ามังกร

ทศวรรษ 90 โดยเฉพาะครึ่งหลัง คือยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับโลก เพราะเป็นช่วงล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ ถือเป็น Black Swan ทางการเมืองชุดใหญ่ นับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด

อันที่จริงในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศคอมมิวนิสต์อย่างจีน ก็เข้าสู่จังหวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจขนานใหญ่เช่นกัน โดยละทิ้งระบบวางแผนจากส่วนกลาง ไปเป็นเศรษฐกิจแบบกลไกตลาด

และถ้าย้อนดูเมืองไทย มันก็คือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากยุค “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ในปลายรัฐบาลเปรม 4 ไปสู่ยุค “ประชาเลือกตั้ง” ที่เริ่มต้นสมัย พล.อ.ชาติชาย ซึ่งก็บรรจบกับกำเนิดวงรอบที่ 8 ของดาวเสาร์ (8th Saturn Return) ในดวงเมืองไทย อันเป็นยุค “ธุรกิจคุมการเมือง” พอดี

ปรากฏการณ์ Black Swan สะท้อนสิ่งหนึ่ง ความสามารถในการทำนายอนาคตคือคุณสมบัติที่สำคัญมากสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือกับโลกแห่งความผันผวน ดังนั้น อย่าแปลกใจที่แม้คนจำนวนมากกล่าวหาว่างมงาย แต่โหราศาสตร์กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต

จิตใจที่คับแคบและปิดกั้น ย่อมไม่อาจเรียนรู้สิ่งใดๆ เพิ่มเติม เขาย่อมตกเป็นเหยื่อของ Black Swan ในวันใดวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว

-------------------

ชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์

[email protected]