“วันแม่” 12 สิงหาคม 2558 เป็นอีกวันสำคัญที่ประชาชนทุกคน ใช้เป็นฤกษ์ดีสำหรับครอบครัว ในการกล่าวถึง
และให้ความสำคัญกับ“แม่” แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละคน ด้วยนิยาม “วันแม่” มีความเป็นปัจเจคเฉพาะบุคคล ที่จะพูดและคิดถึงบุพการีผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่
แต่ในบริบทของความเป็นประชาชนชาวไทยแล้ว เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างระลึกถึง “วันแม่” ที่เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งหน่วยงานทั้งราชการและเอกชน ต่างจัดกิจกรรมถวายพระพร ในรูปแบบแตกต่างกันไป ตามภาระหน้าที่และสิ่งที่ได้สัมผัส
ในฐานะสื่อมวลชน ผู้อยู่ในวิชาชีพสื่อซึ่งมีหน้าที่หลัก คือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติแล้ว อยากใช้โอกาสนี้ ในการเผยแพร่ คุณความดีจากพระราชกรณียกิจ และโครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดเวลากว่า 6 ทศวรรษที่พระองค์ทรงประทานโครงการต่างๆ เพื่อช่วยพสกนิกรไทย โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ได้มีงานทำ มีอาชีพ มีโอากาสได้ถวายงาน ด้วยการทำงานหัตถรรม หัตถศิลป์ที่เป็นทั้งการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมทางศิลปะของไทย และยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กับประชาชนจำนวนไม่น้อย สืบต่อกันมาหลายสิบปี
โครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีมากมายนับร้อยนับพันโครงการ แต่โครงการที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย ยังคงทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบันก็คือ “โครงการศูนย์ศิลปาชีพ ในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ไม่ใช่เพียงงานเย็บปักถักร้อยเท่านั้น แต่งานฝีมือที่ต้องใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างงานเซรามิกส์ หรืองานเครื่องปั้นดินเผา ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริที่ช่วยชาวบ้าน และสร้างสรรค์งานฝีมือชิ้นเยี่ยม นำศิลปะไทยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างภาคภูมิ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า โครงการศูนย์ศิลปาชีพในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เริ่มต้นในปีพ.ศ.2519 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ด้วยทรงมีพระราชดำริ และพระราโชบายสอดคล้องกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น
ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มก่อตั้งโครงการหลวงต่างๆ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ก็ทรงริเริ่มโครงการให้ราษฎร โดยเฉพาะชาวนาในท้องถิ่นชนบท ทำอาชีพเสริม โดยใช้เวลาว่างจากการทำนาทำไร่ มาทำงานศิลปาชีพ และเซรามิกส์ ก็เป็นหนึ่งในงานศิลปาชีพที่ทรงริเริ่ม จากเดิมที่ราษฎรไม่มีความรู้ใดๆ ในงานผลิตเซรามิกส์เลย กรมวิทยาศาสตร์บริการ เริ่มเข้าไปสนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 จนกระทั่งราษฎรเหล่านั้น มีความรู้ความสามารถ ในงานผลิตเซรามิกได้มากเพียงพอ ที่จะผลิตงานรูปแบบต่างๆ ออกจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริม
เวลาต่อมา กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้ขยายพื้นที่การทำงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเซรามิกส์ ให้แก่ศูนย์ศิลปาชีพฯ จากเดิมเพิ่มเป็น 7 แห่ง ทั้งภาคเหนือ ได้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำฯ และศูนย์ศิลปาชีพบ้านทุ่งจี้ จังหวัดลำปาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร, ภาคกลาง ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง, ภาคใต้ ได้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส และกลุ่มเครื่องปั้นดินเผา ของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านรอตันบาตู อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ
ข้อมูลเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ โครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังมีอีกหลายโครงการที่ทรงดำริ และสร้างงานให้กับประชาชน ในวโรกาส “วันแม่” ที่เวียนมาถึงนี้ จึงขอน้อมนำแนวคิดในการสร้างงานสร้างอาชีพของพระองค์ เพื่อเป็นแนวทางให้ลูกๆ ทุกคน นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติร่วมกัน






