ผมเอาภาพผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ของสองพรรคใหญ่มาให้ดู เป็นการเปิดฉากการเกาะติดการหาเสียง ชิงทำเนียบขาว
ของคอลัมน์นี้ เพื่อจะได้นำเอาแง่มุมที่มีความสำคัญต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันวันที่ 8 พฤศจิกายนปีหน้ามาวิเคราะห์และเล่าสู่กันฟัง
คนไทยต้องสนใจเพราะใครมาเป็นผู้นำสหรัฐในปีหน้า มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ต่อประเทศไทยไม่น้อย โดยเฉพาะในยามที่การแก่งแย่งอิทธิพลของมหาอำนาจ สหรัฐกับจีนในเอชียกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
และนโยบายสหรัฐต่อประเทศไทยในยามนี้มีปัจจัยผันผวนทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้นมากมาย
ที่สำคัญไม่น้อยคือผลจะมีต่างกัน หากคนของพรรคใดพรรคหนึ่งชนะการเลือกตั้ง หากเดโมแครตชนะ ทิศทางนโยบายต่อไทยและเอเชียเป็นอย่างหนึ่ง หากรีพับบลิกันได้ครองทำเนียบขาว แนวทางก็จะไปอีกอย่างหนึ่ง
การเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้มีสีสันมากกว่าคราวที่แล้ว เพราะเริ่มต้นก็มีคนอาสาเข้ามาเป็นรายชื่อยาวเหยียด
ถึงวันนี้มีคนในพรรครีพับบลิกันเสนอตัวแล้วไม่น้อยกว่า 17 คน และพรรคเดโมแครตก็มีผู้เสนอตัวไม่น้อยกว่า 5 คนไม่นับรองประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่ทำท่าเหมือนสนใจแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงหรือไม่ เพราะการลงหรือไม่ลงของเขาจะมีผลต่อฮิลลารี คลินตันที่เป็นตัวเต็งอยู่ขณะนี้อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง
สีสันของการหาเสียงเลือกตั้งเริ่มที่พรรครีพับบลิกัน เพราะมีคนต่อคิวกันยาวเหยียด โดยเฉพาะมหาเศรษฐีปากร้ายโดนัล ทรัมพ์ออกแรงแซงโค้ง นำในโพลล์ต่าง ๆ อย่างน่าประหลาดใจทั้ง ๆ ที่คนจำนวนมากมองว่าเขาไม่มีนโยบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เก่งแต่การพูดจาหาเรื่องและเหยียบหยามคนอื่น
พอ Fox News จัดการดีเบตรอบแรกของพรรครีพับบลิกัน เรียงแถวกัน 10 คน โดนัล ทรัมพ์ ก็กลายเป็นตัวโดดเด่นทันทีเพราะวาทกรรมแรงกล้า และมีลีลาการพูดจาที่ชาวบ้านชอบ แม้ว่าหลายนโยบายของเขาจะฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่
ขนาดตัวเก็งของพรรคนี้คือเจ๊บ บุชซึ่งเป็นคนของตระกูลทรงอิทธิพล มีพ่อและพี่ชายครองทำเนียบขาวมาก่อนแล้ว ยังเป็นรองเศรษฐีวาจาสามหาวในโพลล์ต่าง ๆ
วันก่อน มีการทำโพลล์ ถามคนอเมริกันประมาณ 1,000 คนว่า ถ้าจะให้ไปกินดินเนอร์กับผู้สมัครของสองพรรค จะเลือกไปกับใคร
ร้อยละ 26% บอกว่าขอไปกับโดนัล ทรัมพ์ ขณะที่ 25% เลือกฮิลลารี!
แสดงว่าถึงวันนี้ (ต้องเน้นว่าถึงวันนี้ เพราะวันเลือกตั้งยังห่างไปอีก 15 เดือน ยังมีเวลาให้ผู้สมัครทุกคนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การหาเสียงได้) ความน่าตื่นตาตื่นใจ (อาจจะไม่ใช่ความนิยมชมชอบ) หมายเลขหนึ่งคือคนที่กล้าพูดกล้าวิจารณ์มากกว่านโยบายชัดเจน
โดนัล ทรัมพ์ คุยว่าถ้าเขาเป็นประธานาธิบดีจะหางานให้คนมะกันได้มากกว่าทุกคน
เขาบอกว่าคนสมัครคนอื่นไม่มีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจเหมือนเขา
เขาบอกว่าถ้าครองทำเนียบขาวจะจัดการกับชาวเม็กซิกันที่หลบเข้ามาแย่งงานและสร้างปัญหาสังคมให้กับอเมริกัน
ผมยังไม่กล้าคิดว่าถ้าโดนัล ทรัมพ์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เมืองไทยจะเตรียมรับมือเขาอย่างไร
เอาเป็นว่าผมยังเชื่อว่าเดโมแครตจะเลือกฮิลลารี และรีพับบลิกันจะเอาเจ๊บ บุช มาแข่งกันในรอบสุดท้าย
แต่อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้จากนี้ไป...ผมจะนำมาวิเคราะห์เล่าสู่กันฟังเป็นระยะ ๆ ครับ






