หากท่านยังไม่ทราบ ก็รับทราบด้วยว่ากฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ กำหนดให้หน่วยราชการที่ชาวบ้านติดต่อด้วย
จะต้อง “อำนวยความสะดวก” ต่อประชาชน และหากยื่นขออนุญาตอะไรกับหน่วยราชการแล้ว ต้องบอกก่อนว่าจะทำเสร็จในกี่วัน ถ้าไม่เสร็จต้องมีเหตุผล และถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น ข้าราชการต้องรับผิด
กฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกชื่อเต็มว่า “พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558” ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคมนี้ และมีผลใช้บังคับ 180 วันจากวันนั้น
แต่ให้ทุกหน่วยราชการทำ “คู่มือสำหรับประชาชน” ให้เสร็จภายในกำหนดเวลาเดียวกันนี้ด้วย
ต่อไปนี้ ท่านไปติดต่อหน่วยราชการใด ถามหา “คู่มือสำหรับประชาชน” ของหน่วยนั้น ๆ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า ราชการต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน ว่าจะบริการประชาชนให้เกิดความสะดวกอย่างไร โดยมีหลักเกณฑ์และกำหนดเวลาที่จะต้องทำให้เสร็จในฐานะที่ต้อง “รับใช้”ประชาชนไม่ใช่เป็น “เจ้านาย” ของชาวบ้านอย่างที่เคยถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา
ที่อังกฤษเขาเรียกเอกสารนี้ว่าเป็น citizen’s charter อันหมายถึง “กฎบัตรของประชาชน” กำหนดว่าการพิจารณาคำขออนุญาตของประชาชนจะต้องให้ความสะดวก และกำหนดว่าจะต้องเสร็จภายในกี่วัน ไม่ใช่แล้วแต่ความสะดวกของเจ้าหน้าที่ อันเป็นสาเหตุแห่งการเรียกสินบาทคาดสินบนในระบบราชการตลอดมา
มาตรา 7 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้บอกว่า
“ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้การกระทำใดจะต้องได้รับอนุญาต ผู้อนุญาตจะต้องจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ ขั้นตอน และระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นมาพร้อมกับคำขอ และจะกำหนดให้ยื่นคำขอผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการมายื่นคำขอด้วยตนเองก็ได้
คู่มือสำหรับประชาชนตามวรรคหนึ่งต้องปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดให้ยื่นคำขอ และเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อประชาชนประสงค์จะได้สำเนาคู่มือดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดสำเนาให้โดยจะคิดค่าใช้จ่ายตามควรแก่กรณีก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ระบุค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนด้วย
ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการให้ผู้อนุญาตดำเนินการแก้ไขให้เหมาะสมโดยเร็ว
เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคำขอ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตไว้ ณ ที่เดียวกันตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกำหนด”
ดังนั้น ประชาชนอย่างเราก็ต้องรับรู้ว่าไปติดต่อหน่วยราชการไหนก็ต้องถามหา “คู่มือสำหรับประชาชน” และไปที่ “ศูนย์บริการร่วม” ซึ่งก็คงมาจากคำว่า one-stop service
และยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 10 ที่ระบุว่า
“ผู้อนุญาตต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ
เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนตามมาตรา 7 แล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมทั้งส่งสำเนาการแจ้งดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณาระบบราชการทราบทุกครั้ง...”
กฎหมายฉบับใหม่นี้ควรจะทำให้ระบบราชการตื่นตัว รับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและถ่อมตัว และใครที่ยังทำตัวเป็น “เจ้านายประชาชน” จะต้องถูกลงโทษอย่างชัดเจน
กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงต่างประเทศ ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถปรับระบบการทำบัตรประชาชน และออกหนังสือเดินทางให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว สุภาพและเป็นมืออาชีพมาแล้ว
ไม่มีเหตุผลใดที่กระทรวงทบวงกรมอื่น ๆ จะไม่ยกระดับบริการประชาชนให้ได้มาตรฐานเดียวกันเลยแม้แต่น้อย






