ในแนวคิดของการทำธุรกิจสมัยใหม่ กิจกรรมของธุรกิจไม่จำกัดเฉพาะที่มุ่งเน้นสร้างรายได้หรือผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย
เรื่องของกิจกรรมทางสังคม เพื่อสนับสนุนให้สังคมมีความเข้มแข็ง ก็เป็นเรื่องที่ธุรกิจหันมาให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการบริหารกิจการไปสู่ความยั่งยืน
เนื่องจากหากธุรกิจไม่รับการสนับสนุนจากสังคม ธุรกิจก็อาจประสบปัญหาจากการที่สังคมไม่ยอมรับ
คำว่า “สังคม” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น อาจแบ่งออกได้เป็นตั้งแต่ สังคมภายในของธุรกิจเอง ซึ่งได้แก่การดูแลให้ความเอาใจใส่ต่อความเป็นอยู่ของพนักงาน การให้ความรู้และทักษะที่จำเป็น และการพัฒนาความก้าวหน้าให้แก่พนักงาน
การดูแลสังคมภายใน คือ การดูแลพนักงานในด้านต่างๆ ก็ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่ธุรกิจหลายๆ แห่งได้ตั้งใจทำอยู่แล้ว
สังคมในรอบนอกของบริษัท อาจแบ่งออกได้เป็น ชุมชนที่มีอาณาบริเวณใกล้เคียงกับสถานประกอบการของบริษัท และสังคมภายนอกทั่วๆ ไป
กิจกรรมที่ธุรกิจอาจต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนแวดล้อม อาจเริ่มตั้งแต่ การดูแลกิจกรรมภายใน เช่น
กระบวนการผลิตหรือกระบวนการทำเนินธุรกิจไม่ให้เป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชนโดยรอบ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กลิ่น เสียง การทำลายความสงบสุขในยามวิกาลหรือเวลาพักผ่อนทั่วไป ตลอดจนถึงการไม่ปล่อยมลพิษออกสู่ชุมชน
ส่วนสังคมทั่วไปที่ธุรกิจควรจะต้องจัดการดูแล จะเริ่มตั้งแต่ผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับธุรกิจ ซึ่งได้แก่ลูกค้าและผู้บริโภค
เริ่มตั้งแต่มีการให้ความรับผิดชอบต่อการใช้สินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การมีคำอธิบายแสดงวิธีใช้งานหรือการเก็บรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้สินค้าได้มีอายุใช้งานอย่างยาวนาน และการดูแลในการซ่อมบำรุงหรือการให้บริการหลังการขายอย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ ในส่วนของสังคมในวงกว้าง ธุรกิจอาจเลือกทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ ได้อีก เช่น
1.กิจกรรมเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจ เช่น การเข้าเป็นผู้ช่วยสนับสนุนรายการ หรือ เป็นสปอนเซอร์ กับสถาบันหรือองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานเพื่อสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือช่วยฟื้นฟูธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ทั้งในแง่ของการทำงานทั่วไป หรือโครงการเฉพาะที่จัดขึ้นเป็นประจำ หรือจัดขึ้นเป็นครั้งคราว
รวมไปถึงการช่วยรักษาค่านิยมต่างๆ ในด้านศิลปะประจำชาติ และประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศชาติ
กิจกรรมเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจที่นิยมนำมาใช้ นอกจากกิจกรรมในลักษณะอนุรักษ์และฟื้นฟูแล้ว อาจเป็นกิจกรรมประเภทการช่วยเหลือ สร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือการพัฒนาสภาพชุมชนให้ดีขึ้น
2. กิจกรรมการตลาดเพื่อสังคม เป็นการผูกเรื่องของการทำธุรกิจเข้ากับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมผ่านการใช้กลไกทางการตลาด เช่น โครงการการแบ่งรายได้จากการขายเพื่อสมทบทุนการกุศลต่างๆ การใช้สื่อโฆษณาหรือสื่อการตลาดของธุรกิจ ช่วยเหลือและสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์การภาครัฐ หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
3. กิจกรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคม โดยธุรกิจอาจให้ความร่วมมือหรือช่วยเหลือในด้านทุนทรัพย์ การบริจาคเงิน การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ของบริษัท เช่น ไฟแสงสว่างถนนรอบบริเวณ การติดตั้งสัญญาณจราจร การช่วยเหลือจัดการการจราจร ฯลฯ เพื่อใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา สภาพการดำรงชีวิต สุขอนามัย ตลอดจนถึงปัญหาทางสังคม เช่น ยาเสพติต ภัยจากอาชญากรรม หรือการสูญเสียทรัพย์สิน
ทั้งนี้ ธุรกิจอาจเป็นผู้ริเริ่มทำกิจกรรมขึ้นเอง หรือเข้าร่วมกับองค์กร หรือธุรกิจอื่นๆ ในการทำกิจกรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมก็ได้
4. กิจกรรมอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน ส่งเสริมให้พนักงานสละเวลาของตนเองเพื่อช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน หรือช่วยตอบสนองในสิ่งที่ชุมชนขาดแคลนหรือต้องการเพิ่มเติม ซึ่งธุรกิจอาจเพิ่มเติมช่วยสนับสนุนให้กับพนักงานมากขึ้น ธุรกิจอาจร่วมชักชวน คู่ค้า หรือ ลูกค้า ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมอาสาสมัครด้วยก็ได้
5. กิจกรรมการดำเนินธุรกิจให้เป็นธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล เช่น การประกาศอย่างเปิดเผยว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ไม่สนับสนุนการคอร์รัปชั่น การให้อามิสสินจ้างหรือสินบน หรือการไม่สนับสนุนคู่ค้าที่ทำธุรกิจโดยไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังอาจรวมไปถึงเรื่องของการมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ไม่ทำธุรกิจหรือสนับสนุนธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6. กิจกรรมการบริจาคเงิน ธุรกิจอาจบริจาคเงินโดยตรงให้กับสถาบันหรือองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมสมทบทุนทำการกุศลต่างๆ ซึ่งนอกจากจะบริจาคเป็นเงินแล้ว ยังอาจเป็นการบริจาคสิ่งของ หรือผลิตภัณฑ์ของธุรกิจ รวมไปถึงการทำการกุศลในรูปแบบต่างๆ เช่น การตั้งกองทุน หรือ มูลนิธิ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคม เป็นต้น
ในปัจจุบัน กิจกรรมต่างๆ ที่ธุรกิจริเริ่มจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม มักจะไม่ใช่กิจกรรมที่ทำขึ้นเป็นครั้งคราว แต่มักมีการวางแผนดำเนินการเชิงกลยุทธ์ที่ควบคู่ไปกับแผนการทำธุรกิจ และพยายามผนวกแนวคิดด้านการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องไปกับธรรมชาติและลักษณะของธุรกิจอย่างกลมกลืนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำแนวคิดด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมฝังเข้าไปในตัวผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการทำงานของธุรกิจ
ดังนั้น ความสำคัญของธุรกิจที่มีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยกลางที่ทำให้ระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการนำความก้าวหน้าของวิทยาการและเทคโนโลยีให้มีการพัฒนา ทำให้รัฐมีรายได้โดยรวมมากขึ้น สร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงแล้ว
ธุรกิจสมัยใหม่ ยังต้องมีส่วนช่วยในการสนับสนุนสังคม สิ่งแวดล้อม และยกมาตรฐานชีวิตของทุกคนในสังคมให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

