ผมกำลังจับตาว่าจะมีการปะทะคารมกันดุเดือดเพียงใด ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกับจีน ที่กัวลาลัมเปอร์
ระหว่างการประชุมอาเซียนบวกกับ “หุ้นส่วน” ในเวที Asean Regional Forum (ARF) วันสองวันนี้
จอห์น แคร์รี กับ หวัง อี้ มาร่วมประชุมที่มาเลเซีย ท่ามกลางเสียงโวยวายจากอาเซียนบางประเทศ ว่าปักกิ่งกำลังเร่งสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในทะเลจีนใต้ ทั้งในรูปแบบของสนามบินและที่ทำการถาวร เพื่อยืนยันในความเป็นเจ้าของน่านน้ำแถวนั้น
ขณะที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซียและบรูไน (รวมถึงไต้หวัน) ยืนอยู่คนละข้างกับจีน เพราะต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะที่จีนบอกว่าเป็นของตัวเอง
สหรัฐยืนอยู่ข้างอาเซียนที่กำลังมีเรื่องกับจีน
จีนยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ของตนที่จะมีกิจกรรมการก่อสร้างในน่านน้ำแถวนั้น เพราะเป็นดินแดนของตน สหรัฐฯไม่ควรจะเข้ามาแทรกแซง และอาเซียนที่มีเรื่องมีราวกับจีนก็ควรจะนั่งลงเจรจากัน ไม่ควรจะส่งเสียงร้องให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น
เวียดนามกับฟิลิปปินส์ส่งเสียงต่อต้านจีนในเรื่องนี้มากที่สุด เพราะความพยายามจะเจรจาให้มี “คู่มือปฏิบัติ” ที่เรียกว่า Code of Conduct ระหว่างจีนกับอาเซียนนั้นประชุมกันหลายรอบ ในหลายระดับแล้วก็ยังไปไม่ถึงไหน เพราะจีนพยายามจะให้เป็นเรื่องทวิภาคี สองต่อสอง ไม่ใช่พหุภาคีที่จีนคิดว่าจะไม่เป็นประโยชน์ต่อตน
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งนี้เป็นรอบที่ 48 เท่ากับเป็นการตอกย้ำ ถึงความเก่าแก่ของความสัมพันธ์ของสมาชิกอาเซียน
หลังการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนก็จะเป็น ARF ซึ่งเชิญประเทศอื่น ๆ ในเขตนี้มาร่วมด้วยเพื่อคุยกันในประเด็นว่าด้วยความมั่นคงของภูมิภาค
ปีนี้นอกจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและจีนแล้ว ก็ยังจะมีผู้แทนระดับอาวุโสจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซียและอื่น ๆ ด้วย
จึงเป็นการรวมตัวของตัวละครสำคัญ ๆ ในประเด็นที่กำลังร้อนอยู่
รัฐมนตรีหวังอี้ของจีนพูดที่สิงคโปร์ก่อนมาถึงกัวลาลัมเปอร์ ว่าประเด็นเรื่องจีนสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในทะเลจีนใต้ ไม่ควรจะเป็นหัวข้อในการประชุมครั้งนี้ แต่ยืนกระต่ายขาเดียวว่า ปักกิ่งจะไม่หยุดกิจกรรมการต่อเติมสิ่งก่อสร้างบนเกาะต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้
“จีนไม่เคยเชื่อว่าเวทีหลาย ๆ อย่างนี้จะเหมาะสำหรับการพูดคุยเรื่องที่เป็นประเด็นทวิภาคี และหากยังจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็จะทำให้บรรยากาศเสีย และยกระดับของการเผชิญหน้าเท่านั้นเอง” คนสำคัญของจีนคนนี้ยืนยัน
แปลว่าจีนจะไม่ถอย และถ้าหากอเมริกาจะกระโดดมาอยู่ข้างประเทศอาเซียน ที่เป็นคู่กรณีของจีนก็ต้องเจอกันในเวทีนั้น
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติที่วอชิงตัน (Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS) บอกว่าจีนกำลังเตรียมสร้างทางวิ่งสำหรับเครื่องบินเส้นที่สองบนเกาะเทียมที่ปักกิ่งสร้างขึ้นมา
เดิมจีนได้ถมที่สร้างรันเวย์สำหรับเครื่องบินยาว 3,000 เมตรบนโขดหินที่มีชื่อ Fiery Cross Reef ที่นักวิเคราะห์ทางทหารของอเมริกาเชื่อว่า จะถูกใช้เพื่อปฏิบัติการทางทหารในวันข้างหน้า
จีนไม่อยากให้การประชุมที่กัวลาลัมเปอร์ยกเรื่องทะเลจีนใต้ขึ้นมาพูด
แต่สหรัฐกับคู่กรณีของจีนในอาเซียนบอกว่ายังไง ๆ ก็ต้องพูดเรื่องนี้เพราะนี่คือปัญหาความมั่นคงของภูมิภาคที่สำคัญ
นายกฯมาเลเซีย นาจิบ ราซัค เปิดการประชุมเมื่อวันอังคารด้วยการประกาศว่าสมาชิก 10 ชาติของอาเซียนสามารถเล่นบท “พลังที่สาม” ในเอเชียได้ เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจรวมของอาเซียนก็เป็นอันดับ 4 ของโลกตามหลังสหรัฐฯ, ยุโรปและจีนเท่านั้น
อาเซียนเป็น “พลังที่สาม” ในเอเชียเพราะมีแรงงานที่ใหญ่ตามหลังจีนและอินเดียเท่านั้น
แต่ถ้าอาเซียนไม่สามารถโน้มน้าวจีนให้ “อยู่ร่วมกันอย่างสงบ” และป้องกันปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านที่เล็กกว่าได้, คำว่า “พลังที่สาม” ก็ไร้ความหมาย
เพราะพลังที่หนึ่งเขายังไม่ฟังพลังที่สาม จึงเปิดทางให้ “ผู้มีบารมีจากข้างนอก” อย่างอเมริกาต้องเข้ามาป้วนเปี้ยนอย่างที่เห็นกัน






