วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าด้วย 3 ‘กับดัก’ที่กระทบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน

ผมไปกระทบไหล่ท่านผู้รู้ระดับสากลในงานปาฐกถา โดยผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นคนดัง Haruhiko Kuroda เมื่อคืนวันอังคาร

 ได้ทั้งความรู้และแนวทางวิเคราะห์ ว่าด้วยเศรษฐกิจเอเชียและระดับโลกมากมายหลายด้าน

อีกทั้งยังได้ตั้งวงแลกเปลี่ยนอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง กับนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล Amartya Sen ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ The Amartya Sen Lecture ครั้งนี้ด้วย

หลายๆ ภาพที่ผมนำมาฝากวันนี้ เสมือนผมพาท่าผู้อ่านมาสัมผัสบรรยากาศของงานครั้งนี้ ที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เป็นโต้โผ เพราะเป็นเพื่อนเก่าแก่กับทั้งผู้ปราศรัยและเจ้าของโครงการนี้

รองนายกฯ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ยืนคุยกับท่านผู้ว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่น และ ดร.วิรไท สันติประภพ ว่าที่ผู้ว่าธนาคารกลางของไทยคนใหม่พร้อมกับบอกทั้งสองว่า

“เราอยู่ระหว่างผู้ว่าแบงก์ชาติอายุมากที่สุดและอายุน้อยที่สุดนะนี่...”

ท่านหมายถึงคุณคูโรดะ (อดีตประธานธนาคารพัฒนาเอเซีย) วัย 71 กับคุณวิรไทอายุ 46

อีกไม่กี่นาทีต่อมา วงสนทนาก็ขยายกว้างขึ้นเมื่อ ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล มาสมทบร่วมวงแลกเปลี่ยนว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจทั้งของญี่ปุ่น ไทยและสากล

พอปิดประตูคุยกันอย่างใกล้ชิด ประเด็นวิกฤตหนี้ของกรีซและความผันผวนของตลาดหุ้นจีนก็เป็นหัวข้อของการวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง ผมได้เรียนรู้มุมมองทั้งจากคุณคูโรดะและอมาตยะ เซน อย่างลุ่มลึกยิ่งนัก

แนววิเคราะห์ของผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (ที่มีเป้าจะต้องดันอัตราเงินเฟ้อของเขาให้ได้ 2% จากที่เคยติดลบให้ได้) ว่าด้วยการจะทำอย่างไรให้การพัฒนาเศรษฐกิจของเอเชียให้ยั่งยืน (“How to Sustain Economic Growth in Asia”) น่าสนใจมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการวางแผนเศรษฐกิจอย่างยิ่ง

ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นบอกว่าถ้าจะพัฒนาเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เอเชียต้องระวัง “3 กับดัก” นั่นคือ

      1. กับดับ “ประเทศรายได้ปานกลาง” (middle-income trap)
      2. กับดัก “สังคมคนสูงวัย” (demographic trap)
      3. กับดัก “ทรัพยากรธรรมชาติขาดแคลน” (Malthusian trap) ไม่ว่าจะเป็นที่ดินหรือน้ำหรือน้ำมัน

ประเทศไทยเราเผชิญกับทั้งสามปัญหานี้อย่างชัดเจน และดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นมากหากไม่ทำอะไรที่จะแก้ไขประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นบอกว่าประเทศไหนไม่ต้องการตกอยู่ใน “กับดัก” ทั้งสามนี้ต้องเร่งสร้างความเติบโตใน “ประสิทธิภาพการผลิต” ที่ท่านเรียกว่า “total factor productivity growth.”

ท่านไม่ได้เอ่ยถึงประเทศไหนเป็นการเฉพาะ แต่สำหรับคนไทยที่ฟังแล้วย่อมแปลความได้ว่าถ้าเราไม่เร่งสร้าง “ประสิทธิภาพการผลิต” เราก็หนีไม่พ้นจะต้องติดอยู่กับ “กับดัก” ทั้ง 3 ข้ออย่างถอนตัวไม่ขึ้น และยิ่งหากขาด “ผู้นำทางการเมือง” ที่มีวิสัยทัศน์และซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะเสี่ยงจะติดอยู่กับ “กับดัก” ที่ 4

คือ “กับดักการเมืองไร้คุณภาพ”

ข้อ 4 นี้ผมพูดเอง ไม่เกี่ยวกับผู้ไปร่วมวงสนทนาคืนนั้นแต่ประการใดครับ!