วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความมั่นคงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปราะบาง

เอเชียอาคเนย์ของเรากำลังแข่งขันกันสะสมอาวุธ อย่างที่ไม่เคยเห็นมานานแล้ว

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นเพราะว่าเศรษฐกิจดีขึ้น เลยหาซื้อของใหม่ทดแทนของเก่า แต่เป็นการเล็งถึงภัยคุกคามใกล้ตัวที่อาจจะเกิดขึ้น และเรื่องนี้ก็เป็นลูกโซ่ ที่เมื่อประเทศหนึ่งๆ ต้องหาอาวุธมาปกป้องประเทศอื่นก็เต้นตามไปด้วย ความมั่นคงที่เคยมีจึงเปราะบาง บนสิ่งที่เหมือนว่าจะแข็งแกร่งมั่นคงด้วยหลักการประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community)

จากอดีตที่ผ่านมา อาเซียนไม่รบกันเอง แต่พยายามแสวงหาทางออกด้วยสันติ เช่น การเจรจาหรือไปถึงศาลโลก ทำให้การกรีธาทัพเข้าตีกันแบบสงครามตามแบบไม่เกิด สงครามไทย-กัมพูชา เมื่อไม่กี่ปีก่อนนั้น น่าจะเป็นอุบัติเหตุเดียว ส่วนภัยคุกคามนอกแบบนั้น ถ้าไม่ร่วมด้วยช่วยกันรักษาสันติภาพแบบในติมอร์ มีตัวช่วยในการเจรจาแบบในมินดาเนาและชายแดนใต้ ก็ปล่อยให้เป็นปัญหาภายใน ไม่ยุ่งเกี่ยวแบบในรัฐทางเหนือของพม่า สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เกิดเสถียรภาพขึ้นมาได้เหมือนกัน ยิ่งผ่านไปนานวัน กลไกความร่วมมือของอาเซียนยิ่งเติบใหญ่ ร่วมประโยชน์ไขว้สัมพันธ์ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น ถึงขั้นตั้ง APAC ขึ้นมาได้สิ้นปีนี้แล้ว แต่เหตุไฉนจึงแข่งขันกันสะสมอาวุธ

เศรษฐกิจอาเซียนใช่ว่าจะดี มีแนวโน้มชี้มาให้เห็นตั้งแต่ประมาณปี 2553 แล้วว่า น่าจะถดถอยลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งนี้มิอาจหยุดยั้งเรื่องเดิมๆ อย่างการรักษาอธิปไตย หรือการแสวงหาผลประโยชน์โพ้นทะเลไปได้ อันหลังนี่ยิ่งมีปัญหา ยิ่งต้องเดินทางไกล มุ่งหวังทำในสิ่งที่คิดว่าจะเป็นทางเลือกได้ เทคโนโลยีก็ให้โอกาสในการจัดหาอาวุธดีๆ เราจึงเห็นวิวาทะเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนบ่อยครั้ง เช่น พื้นที่ทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือปัญหาทะเลน่านน้ำอินโดนีเซีย แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือทะเลจีนใต้

ปัญหาทะเลจีนใต้นับวันแต่จะยิ่งแรงขึ้นทุกที ทั้งที่ดูเหมือนว่าจะถูกปล่อยให้ค้างคารอการตัดสินของคนในรุ่นหลานจริงๆ ตั้งแต่ทศวรรษ 40 แต่ในเมื่อจีนจะเดินหน้าเอาหมด ตามความมั่นใจว่า ตนครอบครองเทคโนโลยีทางทหารแบบก้าวกระโดดเอาไว้แล้ว ชาติเพื่อนบ้านชายทะเลอื่นๆ ของจีนก็ไม่ยอมน้อยหน้า เวียดนามและฟิลิปปินส์เสริมกำลังรบเต็มที่ อินโดนีเซียที่ไกลออกไป แต่เมื่อปีกลายจีนดันประกาศNine Dashed Line มาครอบคลุมหมู่เกาะ Natuna ที่อิเหนาอ้างสิทธิ ทำให้รัฐบาลจาการ์ตาก็ต้องเสริมกำลังตามไปด้วย มาเลเซียและบรูไนที่จีนยังผ่อนปรนให้ก็ต้องตาม โดยเฉพาะมาเลเซียนั้น มีสิงคโปร์จ่อคอหอยอยู่แล้ว การแข่งขันกันในประเด็นอาวุธเปรียบเทียบจึงไม่ธรรมดา

ไทยเราไม่ได้อ้างสิทธิในทะเลจีนใต้กับเขา แต่เมื่อเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีเรือดำน้ำถึง 6 ลำแล้วเวลานี้ และจะมีอีก 2 ลำสิ้นปีหน้า ถึงจะไม่ได้เป็นศัตรูโดยตรงแบบในอดีตยุคสงครามเย็นอีกแล้ว แต่กำลังรบมหาศาลของเวียดนาม ใช่ว่าจะรบได้เฉพาะกับจีน พอเจอชาติอื่นยิงกระสุนไม่ออก ทหารยืนแข็งทื่อเสียเมื่อไร ไทยจึงต้องพัฒนากำลังรบให้อยู่ในจุดที่ไม่น้อยหน้าไปด้วย นี่ยังไม่พูดถึงกำลังของเขมรที่ประจำการรถถังหลัก เข้ามาทดแทนจนเกินจำนวนที่เสียไปในศึกกับไทยเมื่อปี 2554

นอกจากนี้ ไทยยังต้องจับจ้องมองความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลเมียนมากับชน

กลุ่มน้อยให้ดีด้วย ศึกโกกั้งและกะฉิ่น กำลังเป็นการสู้รบที่บานปลายจบไม่ลง และอาจทำให้เมียนมาต้องขยายผลการปราบปรามชนกลุ่มน้อยเพิ่มขึ้นอีกหลายที่ ความไม่สงบประเภทนี้อาจล่วงเลยมากระทบกับไทยก็ได้

เรื่องของภัยคุกคามจากการก่อการร้าย นี่ต้องถือว่าเปราะบางกันทั้งโลก ในยุคที่การโฆษณาชวนเชื่อไหลจากทวีปสู่ทวีปด้วยปลายนิ้วคลิ๊ก คนบ้าคลั่งสามารถขยายอิทธิพลของตน ให้คนบ้าคลั่งอีกฟากหนึ่งของโลกปฏิบัติการบ้าคลั่งตามที่ตัวต้องการได้ การแพร่กระจายของแนวคิดลัทธิก่อการร้าย มีส่วนทำให้การก่อเหตุร้ายชายแดนใต้ไม่สงบลงสักที และในเวลานี้ที่กลุ่มไอเอส เข้มแข็งเหลือเกิน เครือข่ายก่อการร้ายยิ่งซับซ้อนกันหนักกว่าสมัยอัลกออิดะห์เสียอีก พวกคนบ้าท้องถิ่นที่เรียกว่า Homegrown terrorists และ Lonewolves พากันออกมาแสดงความรุนแรงแบบไม่ต้องสนใจถึงสติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีพวกนี้อยู่เยอะเสียด้วย

ที่กล่าวมานี้ยังไม่รวมถึงเรื่องของภัยคุกคามต่างๆ ที่ทศวรรษนี้มากขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ ค้ายา การอพยพย้ายถิ่น หรือโอกาสของภัยพิบัติและโรคระบาด หรือแม้แต่การก่อการร้ายทางไซเบอร์ แม้จะมีขีดความสามารถของการป้องกันที่สูงขึ้น แต่ก็ยากที่จะทำให้เอเชียอาคเนย์ผ่อนความวิตกลงไปได้ ยิ่งรู้สึกไม่มั่นคงยิ่งเพิ่มอาวุธ

แต่บนความไม่มั่นคงนั้น ข้อดีก็มีมากมาย นอกเหนือจากเรื่องของการพยายามคิด

แสวงหาแนวทางและความร่วมมือ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงทีมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการยืนอยู่บนความไม่ประมาทด้วย ไม่มีใครอยากเห็นสงคราม การเจรจานั้นอาจไม่ทำให้เกิดสันติภาพถาวร แต่ก็ทำให้การใช้กำลังต้องชะลอหรือชะงักไปได้บ้าง สงครามหากเกิดขึ้นก็จะยังคงรุนแรงอยู่นั่นเอง

แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคนี้ก็มิใช่ยุคเถื่อน ที่นึกจะฆ่าแกงกันด้วยกำลังก็ทำได้ตามใจผู้นำ ถึงจะเปราะบางอย่างไร ก็ไม่ได้ตกแตกกลายเป็นมิคสัญญีไปได้หรอกครับ